แหะๆ พอดีว่ากำลังหาประเด็นจะไปถกกับอาจารย์แลยครุ่นคิดเรื่อง "เกณฑ์มาตรฐาน" และ "การทำงานกับลูกค้า" อยู่ ผนวกกับมีรุ่นน้องมาให้วิจารณ์งาน ก็เลยอยากจะเขียนหัวข้อนี้ดู ในฐานะที่เรียนศิลปะหลายแขนง และผ่านการทำงานวาดการ์ตูนมานานพอสมควร ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนที่วาดการ์ตูน และเขียนโดจิน..นะ ^_^ (หรืองานศิลปะอื่นๆ ก็ได้~)

ข้อแนะนำตรงนี้เป็นการยกมุมมองของอาจารย์ที่เป็นประโยชน์ (ทั้งอ.ไทยและต่างชาิติ), ความคิดเห็นจากประสบการณ์ และสิ่งที่รุ่นพี่แนะนำมา ไม่จำเป็นต้องเชื่อที่เราพูดหมดก็ได้ แต่ถ้าเอาไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางให้เหมาะกับการทำงานของตัวเองได้กจะดีไม่ใช่น้อย เพราะหัวข้อที่เราจะยกมาพูดนี่ ดูเด็กๆ บ้านเราหลายคนยังขาดกันอยู่หลายข้อ เหอ เหอ เหอ~

 

ข้อแนะนำในการวาดการ์ตูน (จะ focus on วาดการ์ตูนเป็นหลัก แต่เอาไปใช้กับการทำงานศิลปะก็ได้นะ)

1. ศึกษางานมากๆ

yamamoto kana's : parade

 

A: สไตล์ลายเส้นการ์ตูนไม่ได้มีดีแต่แบบที่เราชอบ นักวาดที่เราชื่นชอบที่สุดก็ไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป กระแสนิยม (หรืออะไรที่เป็นที่นิยมมากๆ ช่วงนั้นๆ) บางทีก็ทำให้เรายึดติดอยู่กับสไตล์ในใจมากไปหน่อย ที่อยากจะบอกก็คือ ถ้าเราลองเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ดูทั้งงานญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง จีน หลายๆ สไตล์ ก็จะทำให้เรามีมุมมองที่กว้างขวางขึ้น การยึดติดเกินไป.. ยกตัวอย่างเช่น..

"โอ๊ยยยย Lๆ นุ่ะสุดยอดดด อย่างอื่นน่ะมันแย่ มันเค อิ๊ๆๆๆๆๆ กล้ามๆ บลาๆ"
หรือ "โอ๊ยงานคนนี้เค้าสุดยอดมากๆเลยเธอออ เทพสุดๆ ชั้นจะเชิดชูเค้าตลอดไป โอววว"(แต่จริงๆ แล้วคนเก่งๆ ก็มีเยอะแยะ หรือคนคนนั้นอาจจะได้สไตล์จากเกาหลีมาอีกที บลาๆๆ)

มันก็ไม่ได้เป็นผลเสียเท่าไหร่หรอก แต่ลองคิดดูสิ เราไป ตัดสิน อะไรบางอย่างทั้งที่เรายังรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นไม่ดีพอ รู้อะไรนอกเหนือจากมุมมองตัวเองไม่มากพอ (นัยว่าอยู่ในกะลา) มันก็แปลว่าเราเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบไม่ใช่เหรอ? เพราะว่า การยัดเยียดความคิดเห็นของตัวเองใส่คนอื่นโดยปราศจากเหตุผลน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ดีหรอก

ลองอ่านการ์ตูนให้เยอะกว่านี้.. ดูอิลลัสต์ให้เยอะกว่านี้.. แล้วมันจะทำให้เรามีสายตาที่ดีขึ้น โลกทัศน์กว้างขึ้น ทีนี้สิถึงจะมีหน้าไปวิจารณ์ชาวบ้านเค้าได้จริงอย่างแฟร์ๆ 555+

ศิลปินที่ดีจำเป็นต้องมีสายตาที่ดีนะ

 

B: สำหรับคนเขียนโดจิน ให้ลองดูหนัง และอ่านหนังสือเยอะๆ ด้วย หลักการของการเขียน japanese-manga ก็คล้ายๆ กับการทำหนังขึ้นมาเรื่องหนึ่ง การวาดภาพแล้วมีคำพูดประกอบแล้วเอามาใส่ช่องเฉยๆ เนี่ยไม่ใช่การ์ตูนที่ดีอย่างแน่นอน illustrator ก็คือ illustrator ส่วน comicer ก็คือ comicer เป็นสายย่อยต่างกัน อย่าเอามารวมกัน ถ้าจะเทียบอย่างแร็คฯ ก็คงจะบอกได้ว่า จะเป็น comicer ที่ดีเนี่ยต้องไปอัพสกิล script-writing & storyboarding มาซะก่อน ส่วนการสื่อมุมมองสื่อความหมายจากเนื้อเรื่องก็ต้องไปฝึกมาจากการดูหนังหรือการ์ตูนของมืออาชีพนะคะ

มีนักเขียนการ์ตูนหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการใช้ช่อง, มุมมอง, action มาก เช่นคนวาด naruto กับคนวาด Prince of Tennis จะว่าไปอ.โอบาตะที่วาด Death Note กับ Hikaru no go ก็ใช้การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของช่องที่เหมือนภาพยนตร์ได้ดีมากเช่นกัน

บางคนอาจจะแย้งได้ว่า แล้วงานแนวการ์ตูนผู้หญิงล่ะ ไม่เห็นจะต้องเป็นหนังขนาดนั้นเลย.. มันก็ใช่.. แต่การดูหนัง (หนังสั้นยิ่งดีนะ) จะช่วยคุณในด้านการแสดงอารมณ์ของคน / การสื่ออารมณ์โดยใช้มุมกล้องต่างๆ ได้จริง คนที่เคยทำหนังสั้นจะเข้าใจ หลักการมันแบบเดียวกับในหนังสือ how to (วาดการ์ตูน) เลยละ

 

2. ตั้งมาตรฐานให้กับตัวเอง

A: หลังจากที่มีสายตาที่่ดีขึ้นแล้ว เราก็จะเริ่มมี skill ในการพัฒนางานตัวเองมากขึ้นแล้วล่ะ อยากจะให้ลองตั้งมาตรฐานให้กับตัวเองดู ว่าจะต้องทำให้ได้อย่างงี้ๆ นะ (อย่าเพิ่งไปมองสูงเกินไป จะท้อได้ ค่อยๆ ก้าวไปด้วยกันนะ) เริ่มแรกเนี่ยอย่าเพิ่งไปคิดว่าโอ้โหเราเนี่ยต้องเก่งเลิศศศ ให้เอาให้ได้มาตรฐานสามัญเช่น วาดยังไงไม่ให้ตาเบี้ยว หูเบี้ยว อันนี้หันมุมนี้แล้วตาประหลาดว่ะเฮ้ย เฮ้ยทำไมเท้ายังกะเอเลี่ยน ขนคื้วสองข้างไม่เท่ากัน เฮ้ยทำไมชั้นวาดได้แต่มุมหันขวาวะแสด มุมเงยวาดไม่ได้ว่ะ ทำไงดี!! อะไรก็ว่าไป~ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลานานเ็ป็นปี (หรือหลายปี) กว่าจะผ่านไปได้อะ.. ลองหาเพื่อนที่เก่งกว่า หรืออาจารย์ หรือคนที่ความสามารถพอๆ กัน มาให้ช่วยดู ช่วยติ เพราะตัวเองอาจจะไม่รู้็ก็ได้ว่าตัวเองวาดเพี้ยน (เหมือนเราที่วาดไหล่โตเกินควรมานานเพราะช่วงนั้นเล่น escape, อ่าน bingo ก๊ากๆๆๆ)

มาตรฐานสามัญคืออะไร? คือตัวที่จะบ่งบอกว่าสิ่งที่เราวาดเนี่ย คือคนนะไม่ใช่เอเลี่ยน ทำนองนั้น.. ก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของสไตล์ลายเส้นแต่ละคน เลือกเอาตามใจชอบ ตั้งแต่ชินจังยันอลิคิโนะ (ชินจังไม่ใช่เอเลียน เพราะคนวาดเ้ค้าทำให้มาตรฐานของเค้าเป็นเส้นอย่างนั้นสไตล์เดียวกันได้ทั้งเรื่อง หรือจะบอกว่าเป็นเส้นแบบ minimal/abstract บิดเบือนความจริงและลดทอนลงมาดี?) วาดๆ ไปเหอะเดี๋ยวก็หาแนวตัวเองได้ ฮ่าๆ ลองหามาตรฐานสามัญของลายเส้นตัวเองให้เจอ แล้ววาดให้คงที่!

Basically the best เน้อ.. ฝึกๆ ไปก่อนจะสายเกินแก้.. ก่อนจะอีโก้จัด.. ฮ่าๆๆๆ

 

B: สำหรับคนที่คิดจะทำงานออกมาขายเป็นจริงเป็นจัง ไม่ได้ทำเล่นๆ ก็อยากจะให้มองล้ำไปอีก ให้คิดมาตรฐานเป็นแบบเดียวกับการ์ตูนญี่ปุ่นที่วางขายบ้านเราไปเลย อย่ามัวแต่อ้างว่ากำลังพัฒนา มันก็ใช่อะนะ... แต่้ถ้าคิดว่า "เอาเหอะ เราคนไทย ได้แค่นี้ก็ดีถมเถไปละ จะไปเทียบกะเค้าได้ไงล่ะวุ้ย เค้าทำเป็นมืออาชีพนี่หว่า" มันก็จริงอยู่... แต่แล้วเมื่อไหร่วงการการ์ตูนไทยจะพัฒนากว่านี้ล่ะ หืม?

เราทำงานออกมาขาย ก็ควรจะทำให้ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานตามท้องตลาดจริง นั่นก็คือการ์ูตูนญี่ปุ่น นะ.. จ๊ะ.. (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นมืออาชีพเนี่ยก็ควรจะวาดให้ได้มาตรฐานนี้จริงมั้ย ไม่งั้นใครจะอยากซื้อการ์ตูนที่เค้าวาดกัน? ฮึ่มแฮ่~)

 

3.สนุกกับการวาด

A: เรารู้ว่าหลายๆ คนที่วาดรูปเนี่ย ลึกๆ แล้วก็เพราะอยากจะให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับ อยากจะเป็นที่ชื่นชม ของเพื่อน ของสังคมในเน็ต ของครอบครัว ของอะไรก็ว่าไป เป็นเรื่องธรรมดา แต่บางทีพอถึงจุดจุดนึง มันอาจจะกลายเป็นการวาดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับอย่างจริงจังจนลืมความภาคภูมิใจในตนเองไปได้

ยังไงน่ะเหรอ? เราไม่ได้สนุกไปกับมันอีกแล้วไง คิดแต่ว่า จะต้อง CF ให้ชนะให้ได้!, จะต้องทำภาพนี้ให้อลังการๆ ทุกคนจะได้ชมเราบ้าง ไม่ใช่ไอ้คนนั้น, เราจะต้องทำงานนี้ให้สุดยอดอาจารย์จะได้ให้คะแนนเต็ม วะฮ่ะฮ่า บลาๆๆ แต่ลืมไปว่าตอนที่เราเริ่มวาดรูปน่ะ.. เราวาดเพราะอยากวาด เราวาดเพราะมีความสุขไปกับมัน

แล้วไง? จากนั้นก็จะเริ่มเบื่อ เริ่มเฟล ยังไงล่ะ!!!! ความคิดที่ว่า โอ๊ยยย เรามันห่วย เรามันแย่ ทำไมคนนั้นเค้าเก่งจัง ทำยังไงถึงจะเก่งได้อย่างนั้นบ้าง ฯลฯ ก็จะประดังเข้ามา กล่าวคือ.. เมื่อเราไม่สนุกไปกับการวาด ทำให้ความภาคภูมิใจในตัวเองน้อยลง ตอนนั้นแหละที่เราจะเริ่มอ่อนแอ และเปราะบาง

คนที่่ติดอยู่ในวังวนของการไล่ล่าคำชม ไล่ล่าชื่อเสียงและการยอมรับจากสังคม มัวแต่พึงพอใจกับสถานะตรงนั้นจนติดอยู่กับคำชมจะทำให้พัฒนาได้ช้า และจะกลายเป็นอีโก้จัด (ภาคภูมิใจในตัวเองมากเกิน=มันก็เป็นการสูญเสียความภาคภูมิในตัวเอง(ที่สมดุล)แหละวะ) สุดท้ายก็จะกลายเป็นเบื่อ และเหนื่อยหน่าย หาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอ (เพราะอีโก้เกินไป ไม่รับฟังคำติคนอื่น แบบว่าคนชมตูเยอะ ตูแฟนคลับเยอะ ตูเก่งเว้ย!!)

คนที่ประสบความสำเร็จจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แก้ไขจุดบกพร่องแล้วก้าวต่อไป อย่างชิวๆ และมีความสุขกับการทำงานในระยะยาว

 

B: คนที่ทำโดขาย... อยากจะให้คิดด้วยว่า วาดเอาแต่ตัวเองสนุกกับทำให้คนอ่านสนุกไปกับงานของเราด้วย อย่างไหนจะดีกว่ากัน งานของเราดีพอที่จะทำให้ลูกค้าสนุกไปด้วยรึเปล่า กับราคาขนาดนี้? เราควรจะรับผิดชอบต่อลูกค้าที่ซื้องานเรามากแค่ไหน? ข้อนี้อาจจะเ้ข้าใจยากซักนิด แต่เรารู้ว่าคนที่กำลังเจอสถานการณ์นี้อยู่จะเ้ข้าใจอย่างแน่นอน

ข้อนี้คนที่ทำงานศิลปะเป็นอาชีพน่าจะเข้าใจกันได้ดี บางทีเราก็ไม่สามารถยึดติดกับตัวเองได้ขนาดนั้น ยังไงศิลปะมันก็เป็น "ภาษา" อย่างนึง มันคือการสื่อความหมาย จากใจผู้สื่อ ไปถึงผู้รับ...

ผู้อ่านเค้าได้รับสารของเรารึเปล่านะ? หรือเค้าแค่ซื้อเพราะอยากจะให้กำลังใจเรา?

สนุกกับการทำงาน แล้วทำให้คนอื่นสนุกไปกับเราด้วยมันเจ๋งออกไม่่ใช่รึไง?

 

4. เลียนเพื่อเรียน มิใช่เลียนเพื่อลอก

(อย่าไปสนใจ text ประกอบ.. คนใส่มันบ้า 555+)

 

การทำงานศิลปะหลายๆ แขนง มันก็เป็นที่ยอมรับกันมาแต่โบราณแล้วอะนะว่าต้องเริ่มจากการศึกษาให้เคยชินโดยการลอกแบบ เหมือนอย่างลายไทย, จิตรกรสมัย Renaissance ที่จะต้องฝึกจาก Maestro ของตัวเอง ตลอดจนตะลอนไปนั่งวาดลอกแบบงานดังๆ พวกรูปปั้น หรือแอบเข้าไปวาดในพิพิธภัณฑ์กันสนุกสนาน งานวาดการ์ตูนก็เหมือนกัน ปรมาจารย์ใน how to ทั้งหลายเค้าก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ฝึกวาดลอกลายเอาก่อน...

โดยส่วนตัวแล้วเราไม่ค่อยชอบวิธีนี้เท่าไหร่ (แต่ก็ต้องทำ ถ้าวาดไม่ได้ก็ต้องฝึกวาดตามนี่แหละ เช่นมุมแอคชันแปลกๆ มุมมองยากๆ) จริงๆ แล้วนักวาดการ์ตูนเค้าก็ดูจากหนัง, รูปถ่าย นะ สิ่งที่จะบอกก็คือ วงการศิลปะทั่วโลกเนี่ย อย่าว่าแต่การ์ตูนเลย.. มันจะมีกรณีแบบ.. โอ้โห คนนี้เก่งมาก ฮิตมาก ดังมาก คนเลยแห่ไปทำสไตล์เค้าหมด เป็นแฟชัน (ยกตัวอย่างแฟชันเสื้อผ้าเมืองไทยเนี่ย เห็นภาพดี..)

บังเอิญว่า คนไทยเราชอบตามแฟชัน.. ใครเค้าว่าดีก็ว่าตามกันหมด เคยอ่านบทความในนิตยสารนึง ฝรั่งเค้าตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า คนไทยทำไมชอบทำอะไรด้วยกัน ไปห้องน้ำก็ไปด้วยกัน กินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ไม่รู้จักอยู่คนเดียวบ้าง เวลาใครทำอะไร ว่าอะไรก็เฮโลตามกันหมด โดยยังไม่ทันได้คิดอย่างมีวิจารณญาณว่าเฮ้ยมันควรรึเปล่าวะ.. มันดีจริงรึเปล่าวะ.. ทั้งนี้.. สาเหตุมันมาจากว่า คนไทยไม่ชอบทำอะไรขัดแย้งกับคนอื่น กลัวจะถูกปล่อยเกาะ แบบว่าเป็นแกะดำ ไม่เข้ากับพวก เพราะงี้แหละเลยเกิดวัฒนธรรมหน้าไหว้หลังหลอกตามมา (เริ่มไม่เกี่ยวละ เมาธ์เพลิน 5555)

แล้วไง? ก็เวลาใครเค้าฮิตว่าอะไรดีก็เลยแห่กันไปทำตามอย่างนั้นจนลืมความเป็นตัวเองน่ะสิ.. (พูดแล้วก็นึกถึงเวลาทำงานกราฟฟิค... ไอ้ลายดอกไม้ชมดชม้อยเลื้อยๆ นี่ก็ฮิตกันจังเนอะ ช่วงนึงเนี่ย) ทำไมถึงพูดอย่างงี้ได้น่ะเหรอ ก็ัมันเห็นอยู่ชัดๆ นี่คะว่างานของคุณเนี่ยไปเอาสไตล์ใครมา..

โอเค.. มันคล้ายกันได้ แรงบันดาลใจมันมีกันได้.. แล้วไง? คุณลองมาเป็นคนที่ถูกก็อปสไตล์ดูมั่งมั้ย (หรือร้ายที่สุด ก็จะนำไปสู่ art theif.. ขโมยผลงาน.. อ้างว่าเป็นของตู หรือลอกนั่นลอกนี่ชาวบ้านเค้ามาปะๆ หน้าไม่อาย..ทุ้ย!)

คุณลอกเพื่อฝึกได้ ไม่มีใครว่า ใครๆ เค้าก็ฝึกกันอย่างงั้น แต่ขอเหอะ จะทำงานออกมาโชว์เป็นชิ้นเป็นอันเนี่ย อย่าให้มันดูเหมือนกับลอกเลียนอะไรใครมาเลย น่าจะแยกกันออกนะ ระหว่าง มีแรงบันดาลใจมาจาก.. กับ ก็อปสไตล์เค้ามาหน้าด้านๆ

อืมมมม ชักแรง... เอาเหอะ สรุปก็คือลอกเพื่อเรียน แต่อย่าลอกเลียน นะจ๊ะ~ มิเช่นนั้น คุณก็ไม่มีทางจะไปได้ดีจากต้นฉบับหรอก นอกจากคุณจะเอามาเป็นกาึรฝึก เรียนรู้ และต่อยอด วะฮ่ะฮ่า~

 

5. อยู่ที่เรียนรู้.. อยู่ที่ยอมรับมัน.. (ข้อนี้จำเป็นมากสำหรับศิลปะทุกแขนง)

A: ยอมรับความจริงให้ได้ - การยอมรับความจริงไม่ได้ ว่าเราควรจะแก้ไขอะไร เป็นกำแพงอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนา เพราะมันไม่ได้เกิดจากคนอื่น แต่เกิดจากความคิดของตัวเราเอง

อย่าเหลิง.. อย่าคิดว่ามีแต่คนชมเราอย่างโง้นอย่างงี้อย่างงั้นแล้วเราจะเก่งเลิศเสมอไป คุณรู้ได้ยังไงว่าคนที่ชมคุณเนี่ยเค้าจริงใจ ไม่ได้ประจบ ไม่ได้ชมตามมารยาท? คุณรู้ได้ยังไงว่าคนที่่ชมคุณเนี่ยเค้ามีความสามารถพอที่จะวิจารณ์คุณได้รึเปล่า?

อย่าเฟลจนหมกมุ่น.. ไม่มีใครที่ยังไม่เคยทำอะไรผิดพลาดหรือถูกตำหนิ การที่อาจารย์ หรือเพื่อน ตำหนิเรา แสดงว่าเค้ามองเห็นว่าเราสามารถพัฒนาต่อไปให้ดีกว่านี้ได้ ถ้าใครเค้าิคิดไม่ดีกับคุณเค้าจะมาบอกคุณทำไมว่าคุณทำอะไรผิด เดี๋ยวเกิดคุณแก้ไขแล้วก้าวฉับๆๆๆ ไปได้ไกลกว่าเค้าก็อิจฉาตายเลย

อย่าไปสนใจเรื่องคำนินทา มันเป็นปกติ.. เหมือนกับวงการบันเทิง.. ถ้าคุณทำตัวดีใครๆ เค้าก็เชื่อในตัวคุณทั้งนั้นแหละ

จงแข็งแกร่ง แต่อย่าแข็งกร้าว จงอ่อนโยน แต่อย่าอ่อนไหว ok? (เท่ห์มะ รุ่นพี่สอนมา 555+)

 

B: สร้างนิสัยที่ดีในการคอมเมนต์คนอื่น - มันไม่ผิดหรอกถ้าคุณไม่ได้เป็นคนวาดรูป หรือไม่ได้เป็นคนที่รู้เรื่องศิลปะมากพอ (เหมือนให้เราวิจารณ์ลายรดน้ำ ลายกนก เราก็คงบอกได้แค่ เอ่อ... สวยดีค่ะ อ่อนช้อยจังนะคะ ฮะๆๆๆ) แต่ถ้าคุณมีความสามารถที่จะคอมเมนต์อย่างละเอียดกว่า "สวยจัง", "งานเทพเว้ย ชอบๆ", "สวยดีค่ะ อ่อนช้อยจังนะคะ ฮะๆๆๆ"(แบบเมื่อกี๊), "น่าร้ากกกกก ><" ถ้าคุณมีความสามารถที่จะเมนต์อะไรที่ดีกว่านี้ได้...ทำไมคุณไม่ทำล่ะ?

ทำไมคุณถึงไม่บอกเค้าไปล่ะว่าทำไมถึงคิดว่าสวย เพราะองค์ประกอบตรงนี้มันสมดุล? เพราะใช้สีได้ดี? เพราะคาแรคเตอร์เหมือนตามต้นแบบ? บอกไปสิ ไม่บอกแล้วจะรู้ได้ยังไง (ที่สำคัญคือ ไม่บอกแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะแก้อะไร) อย่ามัวแต่ไปเกรงใจเกินเหตุ การคอมเมนต์อย่างตรงจุดและขยายความเป็นการบอกเจ้าของผลงานว่าคุณใส่ใจในผลงานของเค้านะ เป็นการแบ่งปันความคิด ช่วยเหลือเืพื่อนคุณให้พัฒนางานต่อไป ถ้าสนิทกัน และรู้ว่าเพื่อนมันรับคอมเมนต์แรงๆ ได้เนี่ยยิ่งพูดตรงจะยิ่งดี

ใ้ช้คอมเมนต์ให้เหมาะสมกับคน เพราะแต่ละคนต่างกัน บางคนอาจจะจิตใจเปราะบางกับคำพูดบางคำพูด จงคิดว่า เราต้องการชี้จุดที่จะทำให้เค้ายอมรับเพื่อปรับปรุงแก้ไข แต่ก็อย่าลืมว่า ถ้าเราพูดจาโหดร้ายเกินไป ผลลัพธ์จะออกมาไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เผลอๆ จะผิดใจกันซะเปล่าๆ จงใช้คำพูดอย่างมีจิตวิทยา.. นะจ๊ะ

จงแข็งแกร่ง แต่อย่าแข็งกร้าว จงอ่อนโยน แต่อย่าอ่อนไหว (อีกรอบ 5555)

 

ปล. การเมนต์ว่า "มาเมนต์แล้วนะ"... เป็นอะไรที่ unacceptable อย่างที่สุด!! (โว้ย)

 

หมดละมั้ง ถ้านึกได้จะมาเขียนเพิ่มอีก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

...สุดยอดดด XD
ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ(+กำลังใจ บลาๆๆๆ)


จะจำไว้ค่ะ
ขออนุญาติเรียกดราก้อนบอลก่อนกลับไปมุดเตียงนะคะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By MaaYa [LinE] v. Valentine on 2008-05-15 00:34

(ขำภาพประกอบ กร๊าสสสส)
เคยมีปัญหาอย่างที่ว่ามาเกือบๆทั้งหมดเลยค่ะ- -"
โดยเฉพาะเรื่องที่เฟลเวลาวาดห่วย เพราะชอบเอางานตัวเองไปเทียบกับคนอื่นแล้วเครียดเอง(บ้า)
แต่ก็คิดได้ว่าเรากับคนอื่นมันไม่เหมือนกันนะ ตัวเราเองก็ต้องพยายาม

เห็นด้วยมากๆกับเรื่องลายเส้นค่ะ เพราะเราเป็นคนนึงที่ชอบอ่านคอมมิคของฝั่งอเมริกามาก(ชอบแบทแมนอ้ะ!)
ตอนที่เราเอาไปอ่านที่โรงเรียนมีแต่เพื่อนทำหน้าตื่นตกใจ/ฮา
เราว่าแต่ละแนวก็มีดีในแบบของมันเองนะคะ แล้วแต่คนจะชอบ
ดังนั้นเราคิดว่า งานที่ดีจริงๆอยู่ที่ความสมบูรณ์ของภาพนั้นๆมากกว่า(วาดเบี้ยวมั้ย? องค์ประกอบดีรึเปล่า?) อยากให้มองตรงจุดนี้มากกว่าแค่ลายเส้นอย่างเดียวค่ะ^ ^

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Nanapyo* on 2008-05-15 01:24

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำฮะ ^0^b

#3 By Names on 2008-05-15 01:32

เขียนยาวจนขี้เกียจอ่าน เนื่องจากง่วงเกินทนไหว แต่ก็อ่านหมด ทำไปได้..
ที่แน่ๆรูปประกอบแย่มาก..

ลอกเพื่อเรียน แต่อยากลอกเลียน
ชอบ~

จงใช้คำพูดอย่างมีจิตวิทยา
หึๆๆๆ

#4 By 【いくみ】 on 2008-05-15 02:13

เข้ามาบอกว่าชอบภาพประกอบสุดๆ

แหม อ่านหลายๆข้อแล้วมันโดนนนopen-mounthed smile

#5 By Toshiyagyu (58.136.50.3) on 2008-05-15 03:56

เป็นเอนทรี่ที่มีประโยชน์มากค่ะHot! Hot!
รูปประกอบฮาดี ฮ่าๆ มีความรู้สึกว่าเห็นเด็กรุ่นใหม่หลายๆคนลายเส้นได้รับอิทธิพลจากคนโน้นคนนี้อย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นการคลำทางแต่ก็ไม่อยากให้เขาหยุดอยู่แค่นั้นเลยค่ะ สู้ต่อไปนะ โอ๊ ทุกคน

#6 By parishii on 2008-05-15 09:14

ภาพประกอบนี่มันอะไร... อันแรก ๆ ยังพอมีสาระ แต่พออันสองเริ่มละ....

แต่ก็ดีนะ เขียนกะลังพอดี มีสาระ มีรูปทุเรศ ๆ (?) มาขัดตาทัพทำให้อ่านสนุกดี (ฮา)

#7 By KeeChan on 2008-05-15 09:50

มาเม้นท์แล้วนะ question

ฮ่าๆๆ อ่านแล้วมันฉึกหลายจุดนะ
อุฮาก ไอ้ภาพประกอบแต่ละอัน รับไม่ได้สุดก็อันสุดท้าย..

เห็นด้วยกับเม้นท์พี่กี มีมาคั่นเป็นจังหวะ พอแก้เครียด *แต่เครียดกับรูปและคำพูดในบอลลูนแทน โดนเฉพาะของดาราลิเกใส่แว่นคนหนึ่ง*

มันฉึกกกก มันจึ้ก มันจึ้ก~
Hot!
มีสาระอ่านสนุก แต่....ขำพรืดตอนเห็นรูปประกอบ

ขำรูปอีชี่อย่างจริงจัง ทำไปได้...

Hot! Hot!

#9 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-05-15 14:50

เป็นบทความที่ดี ชอบหัวข้อ 3-4-5 มาก ได้ความรู้ไปประดับหัวกับเตือนสติตัวเองได้ในหลายๆแง่

แต่ภาพประกอบน่ะ แย่~(ล้อเล่น 55 อ่านไปขำไปดี)
แต่ขอบอกว่ารูปโอเรซามะน่ารักที่สุดด!!

แปะดราก้อนบอล

Hot! Hot! Hot!
ข้อ 4 นี่นึกถึงสมัยก่อนแฮะ ยังเก็บรูปวาดเลียนแบบเซเลอร์มูนไว้อยู่ อุอุอุ(วัดอายุตัวเอง?)

#10 By lusiferchan on 2008-05-15 15:33

นั่นสิน๊า

เวลาที่คนชมว่าสวยๆ เราก็ต้องดูด้วย ว่าเค้ามีความสามารถพอที่จะวิจารณ์งานเราอย่างจริงจังได้รึเปล่า

เพราะถ้าคนวาดรูปไม่เป็น อะไรนิดอะไรหน่อยก็สวยแล้วใช่มั้ยล่ะ

ถ้ามัวแต่หลงระเริงไปกับคำชมของแบบนั้น ก็ไม่มีวันที่จะพัฒนาตัวเองได้

ที่อ่านมา โดนใจที่สุดตรง"อีโก้สูง"เนี่ยแหละ

คนที่วาดรูปลงในเอ็กซ์ทีนนี่แหละ ขอไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน

ตอนแรกก็คุยกันดีๆอยู่หรอก

พอพี่แกเอารูปวาดมาลง

มีแต่คนชมว่าสวยๆ สวยอะไรขนาดน้านนน sad smile

ผมก็วิจารณ์ไปตามตรง ว่าชิงช้าในรูปของเค้ามันเบี้ยวมาก ก็เข้าใจว่าชิงช้ามุมเอียงข้างมันวาดยาก ไม่ได้จะตำหนิซักหน่อยว่าฝีมือแกห่วย บลาๆ

เพราะถ้าไม่มีใครบอก เมื่อไหร่เค้าถึงจะเลิกวาดชิงช้าเบี้ยวได้ซักทีหล่ะ?

ไอ้เราก็หวังดีแท้ๆเลยน๊า...เฮ้อ

อีโก้นี่มันน่ากลัวจริง
confused smile เกือบลืมข้อที่สามไปแล้ว

/กลับไปอ่านอีกสามรอบ

ปล.ที่เอ็กซ์ทีนเราก็มีลายเส้นสวยๆแปลกๆให้ศึกษาเยอะแยะเลยนะครับbig smile

#12 By เสี่ยแนน on 2008-05-15 17:53

สุดยอด......
จะจำให้ขึ้นใจเลยคับ!!
Hot! Hot!

#13 By หมาHaru_ka on 2008-05-15 18:27

Hot! big smile
เขียนได้ตรงใจมาก ๆ ค่ะ โดนทุกข้อเลย
ขอบคุณนะคะ double wink

#14 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-05-15 18:48

เยี่ยมไปเลยคับHot!

#15 By was_in on 2008-05-15 19:00

สุดยอดมากเลยค่ะ เป็นข้อแนะนำที่ดีมากๆเลย

ประทับใจตรงแต่ละหัวข้อ
เหมือนเป็นคำคมสั้นๆที่ควรจำไว้ใช่ได้อย่างดีเลยค่ะ

แอบขำรูปเสื่อมๆบางรูป อย่างรูปสุดท้าย กร๊ากกกก

ได้รู้อะไรเพิ่มเติมเยอะแยะเลยค่ะ ให้ดาวๆ
Hot!

#16 By [Sora] -This world is YOURS- on 2008-05-15 19:29

อันนี้เจ๋งมากๆเลยค่ะ ชอบมากกกกกกกกก
(แอบฮาภาพประกอบ)

เป็นบ่อยอยู่เหมือนกันค่ะ ที่รู้สึกว่า เอ่ย...อะไรฟระ วาดตั้งนานมีแต่จะเห่ยลง ไม่เห็นมีอะไรพัฒนาขึ้นเลย เวลาจะฝึกวาดก็ไม่มี ธุระโน่นธุระนี่เยอะไปหมด จนเคยคิดว่าเลิกแล้วเอาเวลาไปใส่ใจเรียนให้มากกว่านี้จะดีกว่ามั้ง

แต่พอช่วงเฟลๆนั้นผ่านไปซักพักนึงก็จะเริ่มคิดได้ค่ะ ว่าจะมานั่งเฟลอยู่ทำไมกัน ที่วาดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าชอบไม่ใช่เหรอ ไม่ได้วาดเพื่อจะไปแข่งขันหรือหาสิ่งตอบแทนอะไรอย่างอื่นซํกหน่อย

พอคิดได้อย่างงี้แล้วสบายใจขึ้นเยอะค่ะ

ชอบเอ็นทรี่นี้มากมาย ขออนุญาตแปะดาว

Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By ~Rainy Day~ on 2008-05-15 19:38

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ! ^0^
การหามาตรฐานให้ตัวเองนี่มันยากจริงๆส่วนใหญ่จะเฟลเพราะเรื่องพวกนี้นี่ล่ะ เพราะว่าบางทีวันนี้อาจจะวาดได้เริ่ดสวยสุดยอดแต่พออีกวันนี่ห่วยเป็นบ้าอะไรอย่างนั้น
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะคะพี่ปาร์ค
Hot! Hot! Hot! Hot!

4 ลูกกำลังดี question

#18 By [AbaddonEidos as] Zaizen Hikaru on 2008-05-15 19:49

คุณเจ้าของบล็อก เขียนได้ดีจริงๆค่ะ
ยกให้สองแม่โป้งโลดเลย b(> <)d~!!

สำหรับคนที่วาดรูปมานาน อ่านแล้วเหมือนกับว่ากำลังนั่งฟังคำแนะนำที่ช่วยให้ลองย้อนกลับไปมองตัวเอง แล้วก็เตือนสติตัวเองไปด้วย
นั่นสินะคะ เห็นด้วยที่สุดค่ะว่า
สุดท้ายแล้ว วาดรูป ก็เพราะอยากวาดนี่นะ big smile
(ชอบรูปประกอบจริงจัง 55+)

#19 By Rurico on 2008-05-15 20:00

open-mounthed smile อ่านแล้วให้กำลังใจดีค่ะ คือว่าความฝันเราอยากเป็นนักวาดการ์ตูนมืออาชีพ แต่ฝันก็คือฝันน่ะค่ะ ตอนนี้เห็นเพดานของตัวเองว่าฝีมือโตเต็มวัยมันได้เท่านี้น่ะ แต่เราก็รักการ์ตูนทุกตัวที่เราวาดนะคะ

#20 By 19sep on 2008-05-15 20:00

เป็นประโยชน์มากคับ

#21 By นายโยจิ^_^ on 2008-05-15 20:40

เราชอบดูรูปที่คนอื่นๆวาดอ่ะ

ของตัวเองก้อวาดแล้วก้อพัฒนาไปเรื่อย
คืออยู่ในช่วงพัฒนา อิอิ

Hot! Hot!

#22 By Risuki-666 on 2008-05-15 20:48

เขียนได้เยอะดีว่ะ กรุณาออกเป็นพ็อคเก็ตบุ๊ค
คริๆๆๆๆๆๆๆ

เอาดาวไปHot! Hot! Hot!


ภาพประกอบควรเซ็นเซอร์...

#23 By [:nakare:] as Sanada Genichirou on 2008-05-15 20:54

ปล. การเมนต์ว่า "มาเมนต์แล้วนะ"... เป็นอะไรที่ unacceptable อย่างที่สุด!! (โว้ย) <<< เห็นด้วยสุดๆ ฮ่าๆๆๆ

่อ่านจนจบแล้ว นี่แบบว่า เอนทรี่นี้อดใจไม่ไหวต้องให้ Hot!

#24 By อีฟเองจ้า on 2008-05-15 21:19

โอ้ววว ชอบมากเลย
ป้าจะเอาไปทำตามดูมั่งน้า
ขอบคุณหลายๆจ้า
Hot!

#25 By CanineGirl on 2008-05-15 21:52

แว้บมาให้ดราก้อนบอล

Hot!

#26 By ★Toshiya★ on 2008-05-15 21:55

ขอบคุณที่แนะแนวค่า

#27 By HoRo ... ll on 2008-05-15 22:57

Hot!
จี๊ดใจมาก ให้ดาวค่ะ cry
เหมือนเตือนว่าเรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก - -b

#28 By W★G on 2008-05-15 23:06

อืมม ความจริงชั้นว่าการตั้งมาตรฐานให้ตัวเองก็เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้เฟลได้ง่ายๆนะ... แต่ถ้าไม่มีเลยเราก็จะไม่มีแรงบันดาลใจใดๆอะสิ
แล้วก็... ชั้นยอมรับแหละว่าเคยมีช่วงนึงที่เฟลจัดเพราะไม่เคยได้รับคำชมเลย(ก็นานแล้วอะนะ สมัยเส้นอุบาทว์นิดนึง) แต่ถึงตอนนี้ชั้นจะรู้ตัว แล้วก็สนุกกะมันแล้ว ยังไงมันก็ต้องมีช่วงเวลาที่เฟล/ฝีมือตกกันบ้าง ชั้นว่ามันก็เหมือนวงจรนึงที่หมุนไป เหมือนเราก็ต้องมีช่วงที่ขึ้นและลงเป็นธรรมดา ถ้าเรามองออกได้และเข้าใจ ชั้นว่าสำหรับชั้นแล้วแค่นั้นพอล่ะ confused smile
^
...กุเขียนเหมือนพระเทศน์เลยว่ะ-*-

ถ้าเราเข้าใจว่าเราทำเพื่อสนุก เราทำเพราะชอบน่ะ ถ้าเราคิดอย่างนั้นจริงๆ ชั้นว่ามันก็มีบ้างแหละ ที่งานของโปรคนที่เราชอบมากๆมันจะเข้าไปฝังอยู่ในหัวของเรา ทำให้เราทำงานออกมาคล้ายๆโดยไม่รู้ตัว ถ้ามัวแต่กังวลว่า...มันเหมือนของเค้าว่ะ เฮ้ยชั้นไม่ได้ลอกนะ ตายล่ะ... มันก็ไม่ได้พัฒนากันสักที มันก็มัวแต่กลัวจนไม่ได้วาดน่ะแหละ(ชั้นเป็นมาแล้ว5555) เพียงแต่ถ้าเริ่มเหมือนเกิน2-3รูปขึ้นชักต้องกลับมามองตัวเองใหม่ล่ะ5555
(ว่าแต่กุวาดปีกทีไรชอบนึกว่าตัวเองลอกงานแกทุกทีสิน่า-*- โดยเฉพาะเสื้องานละครกุเนี่ย คิดมากจนเลิกคิดละ55555)

"คุณรู้ได้ยังไงว่าคนที่ชมคุณเนี่ยเค้ามีความสามารถพอที่จะวิจารณ์คุณได้รึเปล่า?" <-- ชอบโคด ให้1ดาวHot! เห็นด้วยสุดๆๆ คำชมจากคนที่สามารถและตั้งใจวิจารณ์เนี่ยมีค่าโคดๆ (อืมม ว่าแต่พูดมาหลายคนเเระว่าชั้นวาดไหล่เบี้ยว... บัดนี้ยังแก้ไม่หายซะที..วะ-*-)



อืมม ไอ้ยาวๆข้างบนเขียนเหมือนไม่เห็นด้วย แต่ความจริงชั้นแค่ติดนิสัยชอบคิดในอีกแง่นึงที่ชาวบ้านเค้าไม่คิด(แถมเถียงอีกด้วย)น่ะ 55555

แง่มม สำหรับชั้นน่ะนะ ชั้นเองไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่ผูกติดกับเวลาว่าจะต้องเก่งขึ้นภายใน.... ฯลฯ ชั้นก็วาดไปเรื่อยๆ ยิ่งวาดมันจะยิ่งเก่งขึ้น แต่มีข้อแม้คือต้องอ่านกะดูงานชาวบ้านด้วย
สำหรับชั้นเองก็เหมือนยืนอยู่บนก้อนเมฆล่ะ... ก็กระโดดมาได้เยอะแต่ก็ยังล่องลอยยย เงยหน้ามองข้างบนก็ยังมีอีกยาวไกลให้กระโดดกว่าจะถึงอวกาศอะนะ ถ้าเรารู้สึกว่าหนทางข้างหน้ามันเปิดกว้าง อะไรๆก็เป็นไปได้น่ะแหละ

5555ยาวโคด (รู้สึกชั้นจะชอบถกเถียงอะไรเครียดๆกะแกรึเปล่านี่?)

#29 By xi on 2008-05-16 01:20

อยากเพิ่มเรื่องวิธีการคอมเม้นท์รูปให้สุภาพด้วยครับ บางทีเหมือนมาคอมเม้นท์เพื่อยกตนข่มท่าน ซึ่งไม่รู้จะทำแบบนั้นให้มันได้อะไร ในเมื่อก็วาดการ์ตูนเหมือนกัน
คนที่โดนคอมเม้นท์บางคนเขาอาจไม่ได้อยากให้คอมเม้นท์ในเรื่องที่เขาพยายามแก้ไขอยู่ก็เป็นได้ครับsad smile

#30 By นิเกะ on 2008-05-16 08:37

อืมม ความจริงชั้นว่าการตั้งมาตรฐานให้ตัวเองก็เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้เฟลได้ง่ายๆนะ...
> ก็ใช่ ถึงต้องบอกว่าต้องเข้มแข็งไง อันนี้มองจากการทำงานในระยะยาว (เพราะถ้าก้าวผ่านจุดนั้นมาไม่ได้ก็คงจะเฟลกว่าเดิมช่วงหลังๆ เพราะตัน..) แต่ช่วงนั้นแหละจะเป็นช่วงชะงักงันเหมือนกราฟที่เริ่มขึ้นช้า เหอๆๆ แต่จริงๆ ถ้าไม่คิดมากหรือเครียดเกินไปก็ไม่เป็นไรหรอก

...กุเขียนเหมือนพระเทศน์เลยว่ะ-*-
>นั่นสิ

มันก็มัวแต่กลัวจนไม่ได้วาดน่ะแหละ(ชั้นเป็นมาแล้ว5555)
>โออิชิขี้กังวลเอ๊ยยย ดูอย่างชั้นซะก่อน เหมือนก่อนจะรู้จักอีก -''- เซ็งมาก แล้วเหมือนใคร เหมือนice cold.. เหมือนงานใหม่อายาโนะ orz

รู้สึกชั้นจะชอบถกเถียงอะไรเครียดๆกะแกรึเปล่านี่?
>การถกเถีียงทำให้คนเราฉลาดขึ้น ชั้นชินกะพวกโออิชิละ

#31 By Sp@rk (124.120.73.83) on 2008-05-16 08:46

บางทีเหมือนมาคอมเม้นท์เพื่อยกตนข่มท่าน ซึ่งไม่รู้จะทำแบบนั้นให้มันได้อะไร
>จริงค่ะ เราเคยไปเจอแบบคอมเมนต์ติโน่นตินี่เกินไปอย่างเหมือนจะมีหลักการ (แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้... ไว้หน้าเค้าหน่อย)

เรื่องนี้ยังไงถ้าทำให้พอดีๆ ยังไงก็น่าจะดีกว่าอะนะsad smile เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฮ่าๆๆ อืมม ก็เป็นเื่รื่องละเอียดอ่อนเืรื่องนึง

#32 By Sp@rk (124.120.73.83) on 2008-05-16 08:51

ดีมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะHot!

#33 By Crucify on 2008-05-16 09:21

ดีใจที่ชอบกัน = =,,, ถ้าใครมีความคิดเห็นหรือมีประเด็นอะไรจะถกก็คุยกันได้นะคะ ไม่ว่ากัน เราชอบแตกความคิด มันได้อะไรมากกว่าประเด็นที่สนใจอยู่ 555+ (มาโซ!)

ขอไปสอบก่อน เดี๋ยวว่าจะเพิ่่มบางเรื่องอีก

#34 By Sp@rk (124.120.73.83) on 2008-05-16 09:31

มาเมนต์แล้วนะ big smile


(ก๊ากกกกกกกกกกก รูปประกอบมันแย่!!~ โอเระซามะงดงามเพื่อตัวโอเระซามะเอง หาได้งดงามเพื่อโอชิทาริซะที่ไหน!!)

#35 By ลมิ้น (125.24.137.148) on 2008-05-16 11:24

หวัดดีค่ะ ชอบปุริเหมือนกันค่ะ
ขอแอดนะคะ big smile

ขอบคุณสำหรับข้อแนะนำในการวาดการ์ตูนนะคะ
ตัวเอง (อุซางิ) ไม่ได้วาด แต่น้องวาด
เดี๋ยวให้มันมาอ่านได้ไปฝึกมั่ง 55

แล้วก็...รูปประกอบน่ารัก + ฮามากเลยคะ e11]

#36 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-05-16 12:14

การลอกไม่ผิด แต่ต้อง พัฒนา ไม่งั้น ก็เป็นในแค่ เบอร์ 2

#37 By เจ๋ง on 2008-05-16 12:57

แต่ช่วงนั้นแหละจะเป็นช่วงชะงักงันเหมือนกราฟที่เริ่มขึ้นช้า
^
มันคือกราฟมศว???!!! 55555

เหมือนก่อนจะรู้จักอีก -''-
ู^
ก็นะ คนวาดรูปก็มีมากนี่นา.. ก็คงมีมั่งแหละที่ความคิดจะซ้ำกัน ขนาดนักวิทยาศาสตร์2กลุ่มยังวิจัยเรื่องเดียวกันอยู่ได้ตั้งนานโดยไม่รู้เลยsad smile ...โดยเฉพาะคนวาดรูปที่ชอบอะไรคล้ายๆกันอะนะcry 55555 (กับอายาโนะนี่คือชอบอุเกะแบบเดียวกัน?? 5555)

#38 By xi (125.24.14.86) on 2008-05-16 13:10

มาเมนต์ต่อ ตะกี้พ่ออยู่ ใช้คอมกล้องวงจรปิดอ่าน (คอมนี้น้องมันแย่งใช้) พอดีว่ากลัวใจเน็ตเหลือเกิน มันอุส่ามีสัญญาณให้แล้ว

1. ​ศึกษางานมากๆ << ทำไมชอบมีแต่คนมาหาว่า เราชอบดูแต่อะไรไร้สาระเพ้อเจ้อ/อ่านเยอะจังนะ/ขยันเอาโล่ห์ (เชิงประชด) วะแสรดดดดด ทุ้ย! พวกเขียดปาดในกะลาเอ๊ย ไม่ศึกษามากๆแล้วมันจะรู้มั้ย! (เก็บกดจริงๆ -*-)

อยากเรียนทำหนังบ้าง เผื่อจะมีอะไรมาต่อยอดให้การวาดโด แต่ไม่อยากเจอคนสายศิลกำ/นิเทศ เข้าใจมั้ยอะ sad smile

2. ​ตั้งมาตรฐาน​ให้​กับ​ตัวเอง << มาตรฐานตอนนี้ก็สูงราวหอคอยโตเกียวโดม (!?) แล้ว เป็น perfectionist นี่ก็แย่เนอะ sad smile เครียดไปอีกแบบ ฮาๆๆๆ ทำได้เท่าไหร่ก็ไม่เคยดีพอซักที เฮ้อ... (เหมือนหาเรื่องทะเลาะกับตัวเองอยู่ทุกวันเลยว่ะ กร๊ากก)

3.​สนุก​กับ​การวาด << บ้าลูกตัวเองเกินไปนี่ผิดมะ? open-mounthed smile เอาเหอะ ให้คนอื่นมาตัดสินภาพให้ตัวเอง ยังไงมันก็หงุดหงิดอยู่ดี (อีนี่ก็เซลฟ์เกินไป กร๊ากก) คนอื่นแฟนคลับเยอะเรอะ? แล้วไง? เชื่อสายตาตัวเองมากกว่าแฟนคลับที่มีแต่พูดชมว่ะ ฮาๆๆ ถ้าแม้แต่เรายังไม่ชอบภาพตัวเอง แล้วใครมาชอบ

4. ​เลียนเพื่อเรียน​ ​มิ​ใช่​เลียนเพื่อลอก << ยังไงการเลียนมันก็เป็นทางลัดช่วยให้พัฒนางานได้เร็วนี่เนาะ แต่อย่างบางคน (กรูเอง) ถึงตั้งใจว่าจะเลียน แต่มันก็ไม่เคยได้เลียนซักกะที ฝีมือห่วยเกินกว่าจะเป็นการเีลียนได้ (หรือจะพูดว่า ความเป็นอาโตเบะในตัวมันไม่ยอมให้เลียนแบบชาวบ้านดี?)

5. ​อยู่​ที่​เรียนรู้​.. ​อยู่​ที่ยอมรับมัน​.. << ว๊าว~~ อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ ดีที่สุด

ป่านนี้... คนคนนั้นจะเห็นรึเปล่าน้า~ คนคนนั้นจะเข้าใจรึเปล่าน้า~ คนคนนั้นจะรู้มั้ยน้า~ ว่ามีใครคิดถึงอยู่


อุบส์ครึ่กๆๆๆๆ open-mounthed smile

#39 By LUMiN on 2008-05-16 13:12

เขียนได้ดีมาเลยท่าน

ปกตืไม่ค่อยมีคนหยิบมาพูดกันนะ เรื่องนี้big smile Hot! Hot! Hot!

#40 By คาโตเน่ on 2008-05-16 16:37

เจ๋งมากเลยครับ เอาดราก้อนบอลไปเลย Hot!

#41 By Zaxelox on 2008-05-20 15:28

อยากบอกว่า...ถูกใจบทความนี้มากๆ เลย !!
อ่านแล้วทำให้เราคิดอะไรได้ตั้งหลายๆ อย่างเลย ขอบคุณที่นำเสนอเรื่องราวนี้ให้ได้อ่านกันนะฮะ
แบบนี้ให้ไปเลย~ Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วอยากบอกว่าเห็นด้วยทุกประการเลยค่ะ นี่แหละคือสิ่งที่เข้าถึงสัจธรรม = =b

#43 By niohchan (124.120.153.226) on 2008-06-15 13:25

อั๊ยยย...อ่านแล้วสะเทือนซาง
ถ้ามีเวลา...
รบกวนแวะไปวิจารณ์งานบ้างน้าค้า
(วาดไว้ซะเยอะ)

confused smile confused smile sad smile

#44 By tifa_redeye on 2008-06-23 11:57