ชะแว้บ แอบมาอัพ คราวที่แล้วเกริ่นเอาไว้ (นั่นเกริ่นเหรอน่ะ = =) มาเล่าต่อแล้วงับ อันที่จริงบันทึกการเดินทางเนี่ยเราก็ต้องทำส่ง อ. ไว้รวมเล่มเป็นหนังสือเหมือนกัน แต่ "มันไม่สะใจอะ" = = ขอเมาธ์อะไรไปตามแนวได้มะ เพราะงั้น ก็เลยแอบมาอัพไว้เนี่ยแหละ ใครมาอ่านก็เงียบๆ ไว้ล่ะ อุๆ


11 August 2005

วันนี้คิดว่าจะได้นอนอืดอยู่บ้าน จัดกระเป๋า ทำโด ซะแล้วเชียว แต่ก็ต้องออกมาร.ร. แต่เช้าเหมือนเดิม เพราะต้องมาถ่ายรูปน่ะสิ = =.... พรีเซนต์ พร้อม paper พร้อม เอ๊ะ ไม่สิ ยังไม่พร้อม!! เพิ่งจะผ่าน อ. มาได้สดๆร้อนๆ ก็ส่งเมลล์ไปวันนี้ล่ะ (หมายเหตุ มันเดินทางกันวันนี้ห้าทุ่มนะคร้าบบบบบ เลทกันซะ) device .... ก็เหมือนจะพร้อมอะนะ เหลือแค่ พ่นสี กะเขียนลายเอง ^^'' (มันความรับผิดชอบแกไม่ใช่เหรอย้า~~~~) วันนี้ก็ยังคงวิ่งวุ่นกันเหมือนเดิม น้องพุธช่วยน้องม.ต้น ที่งานยังไม่เสร็จดีอย่างขยันขันแข็ง น้องบิ๊ก ไปไหนหว่า จำไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนเราก็วิ่งหาอุปกรณ์อะ สำหรับจัดบอร์ด เรื่องมันเริ่มมาจากว่า...

อ. "ครูไม่รู้นะ แต่ทางปทุมวันเค้าคอนเฟิร์มมาว่าจะทำบอร์ดไปด้วย สำหรับไปโชว์ที่โน่น พวกเธอจะไม่ทำกันก็ตามใจ แต่ว่า มันเป็นหน้าตาของประเทศชาติ คณบดีก็นั่งอยู่ ผอ.ก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วย ครูไม่รู้ ก็แล้วแต่พวกเธอละกัน"

เรา(คิดในใจ) ทำเพื่อ???? ขี้เกียจ เสียเวลา nonsense!!!!

จากนั้นพวกเราก็เถียงกะเค้าอยู่พักนึง (อ่า ไม่เอามาลง ณ ที่นี้จะดีกว่า ^^'') สรุปว่า ด้วยความเซ็งก็เลย ทำก็ทำวะ!! แต่จะไปทำที่โน่น เราก็เลยวิ่งหาวัสดุอุปกรณ์อย่างสนุกสนาน ห้องพัสดุของร.ร. ไม่เคยได้เข้าก็ได้เข้าคราวนี้แหละ เบิกกระดาษสีอย่างเมามัน แล้วแบกทุกอย่าง พร้อมทั้งโน้ตบุคผอ. หนีกลับบ้านตั้งกะบ่ายโมง แล้ว... แล้ว.. นั่งปั่นโดจินต่อ 5555

โอ้จอร์จคะ อยากจะบอกว่า talk เล่ม PA ที่เห็นเขียนน้อยๆ ก็เพราะเหตุนี้ล่ะค่ะ ปั่นคร่ะ ถึงบ้านก็บ่ายสามกว่าแหล่ว ต้องออกจากบ้านหกโมงเย็นไปดอนเมือง ระหว่างนั้นก็นั่งทำโลโก้กลุ่ม talk แล้วก็ talk ของโดอีกอันที่ทำกะกลุ่ม TLM ส่งอย่างด่วน แต่งไฟล์อีกนิด ส่งให้ lumin พร้อมทั้งยัดเยียดภาระที่เหลือทั้งหมดแล้ววิ่งไปจัดกระเป๋า อร๊ากกกกกกกก รู้มั้ย การจัดกระเป๋าเป้ส่วนตัว (ซึ่งยังไม่ได้จัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน) มันเป็นอะไรที่จัดยุ่งยากกว่ากระเป๋าเดินทางเยอะเลย ก็มันต้องเป็นของจำเป็นน่ะสิ อาทิเช่น prince of tennis 20.5 แฟ้มวาดรูป กล่องดินสอ กล่องปากกาpigma กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายรูป หมวก แว่นกันแดด ยา ขนม แฟ้มวาดรูป และของจิปาถะอีกมากมาย (นี่แกจะไปทัศนาจรเรอะ??) แล้วก็วิ่งไปอาบน้ำขึ้นรถ ตรงไปดอนเมือง

นับว่าดีมากๆๆๆ ที่ออกมาตั้งกะหกโมงอะ เพราะวันนั้นเป็นช่วงวันแม่ไงรถติดสุดๆๆๆๆ คนออกตจว. เยอะ อ. บางคน มาสามสี่ทุ่ม เกือบไม่ทัน (นัดสองทุ่ม เครื่องออกห้าทุ่ม) พวกเราทีม ม.ปลาย นัดกันว่าจะใส่ชุดนร. ขึ้นเครื่อง เพราะมันดูดี และถ้ามีปัญหาอะไรเค้าจะได้ไม่สงสัยมาก (แต่เราว่ามันนอนบนเครื่องลำบากนิ) ส่วนน้องม.ต้นใส่ไปรเวทมาเพราะไม่ได้นัดกันไว้ ก็เลยแบบว่า ทีมSWU นี่... ไม่เด่นเลยคร่ะ -_,-

ก็เพราะว่าตอนจะถ่ายรูปกันก็เอาสูท (ยืม อ. มา) มาสวมน่ะสิใส่ออกมาแล้วชุดยุ่นจ๋ามาก แถมคุณแม่ของน้องคนนึงยังเอาพวงมาลัยดอกกล้วยไม้มาแจกคนละพวงบรรยากาศนี่แหม หลั่นล๊า ยังกะชนะเลิศโอลิมปิคกลับมายังไงยังงั้นแถมยืนกันกลุ่มใหญ่มาก ม.ปลาย 3 ม.ต้น 3 ประถม 3 ครูม.ปลาย 2 ครูม.ต้น 1 ครูประถม 1 ผู้ปกครองประถม 2 ผอ. รองฯฝ่ายกิจกรรม คณบดีศึกษาศาสตร์ แค่ของร.ร.เราก็ปาไป 18 ชีวิตละ = = บวกปทุมวัน กะคุณไกด์ ก็ 20 กว่าคน สนุกสนานมากมาย (ร.ร. จ้างทัวร์ พาไปโน่นไปนี่ จัดเตรียมพาสปอร์ต เตรียมรถดำเนินเรื่องอะไรให้เสร็จสรรพ สุดยอดดดดดดดดดดด)

ก่อนจะเข้าไปข้างใน มีอ.ท่านหนึ่งที่มาสายที่สุดแอบแซงคิวเข้าไปก่อนเพราะปวดห้องน้ำมาก แบบว่าอั้นในรถมาสองชม. มันจะไม่มีอะไรน่าขำหรอกถ้าไม่ระบุชื่อว่า อ.ท่านนี้คือ ...... 55555555 (ช็อตนี้ ศิษย์ขอจดจำไปตลอดชีวิตนะคร้าบบบ)

ก็เช็คของเช็คอะไรกันไป ขึ้นเครื่องบินกันได้แป๊บๆ น้องๆ ม.ปลายของเราก็หลับกันอย่างรวดเร็ว พวกประถมยังเจี๊ยวจ๊าวกันอยู่ (ม.ต้นที่นั่งข้างหน้าประถมเลยพลอยไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปด้วย) เราเองก็นั่งเมาธ์กะ อ. ซักพักก็เอาหูฟังที่เค้าเตรียมให้เลือกหลายๆช่อง ของเครื่องมาฟัง เปิดไปเรื่อยๆ แล้วก็เจออะไรที่คุ้นหู... เพลงญี่ปุ่น!! รู้สึกรื่นหูสุดแล้ว (ถึงจะมีแต่ j-pop สาวๆ ก็เหอะ) ก็ฟังไปเรื่อยๆจนเกือบจะเงกอาหารค่ำ (หรืออาหารเช้าฟะ) ก็มาพอดี

เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าคนเกาหลีกินจืด แต่ก็ไม่นึกไม่ฝ้นมาก่อนว่าจะชืด ได้ขนาดนี้ = =

กว่าจะกินเสร็จก็ประมาณตี 1 (มั้ง) ก็หลั่นล๊าๆ ว่า อืมมม ในกำหนดการ ถึงที่โน่นหกโมงเช้านี่เนอะ นอนเลยละกัน วันนี้ล่ะ จะได้พักซักที หลังจากไม่ได้หลับได้นอนมาหลาย (อาทิตย์) รอวันนี้มานานแล้ว!!!! ><


12 August 2005 วันแม่ล่ะวันแม่!!!

หกโมงเช้าจริงๆ ด้วย ฟ้าก็แจ้งแล้ว เรามองไปรอบๆ อย่างเอ๋อๆ ขณะที่เครื่อง landing มองแผนที่ในจอก็เห็นว่ากะลังจะเข้าสู่ชายฝั่ง (เกาหลีเป็นเกาะแหละ อยากบอกว่าเราเพิ่งรู้ กร๊ากกกก แล้วสนามบินก็ดันอยู่ติดทะเลซะด้วยสิ โอ้ amazingๆ) ว่าแต่หกโมงเช้าทำไมโคดง่วงงี้วะ ดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง ตีสี่....

นั่นสินะ เวลาที่โน่นมันเร็วกว่าไทยสองชม. -_- ลืมข้อนี้ไปเลยจริงๆ

ลงจากเครื่องอย่างเอ๋อๆ มึนๆ ยังไม่ตื่นดี ก็แบกกระเป๋าใบมหึมา (ยังกะจะมาอยู่ซักเดือน) ขึ้นรถเข็น ตามขบวนมาเรื่อยๆ เพื่อไปที่รถโค้ชของทางบ.ทัวร์


รูปร่างสนามบินน่ารักเนอะ


ช่างเป็นแฟลชที่ต่ำต้อยอะไรเยี่ยงนี้กล้องตรู - -

ระหว่างนั้นอยากจะบอกว่า หิวมากกกกกกกกกกก ตื่นมาก็หิวอะ (สมน้ำหน้า เมื่อคืนอยากไม่ค่อยกินเอง) ดีที่มีขนมปัง (เก็บไว้จากเมื่อคืน) เดินไป เข็นไป กัดกินขนมปัง (แข็งๆ) ไป


ประตูหมุนๆ ล่ะประตูหมุนๆ


เริ่มสว่างขึ้นมาหน่อยละ

ออกมาสูดอากาศภายนอกที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต 17 ปี !!! อ่า ทำไมล่ะ ก็ไม่เคยไปเมืองนอกอะ - -,,, (งานนี้คงต้องโทษน้องสินะ เค้าเอาเวลาไปมัวดูแลพวกแกไง~~~~~~~ ช้านเลยอดเที่ยวT T) ความรู้สึกแรกที่ก้าวพ้นประตูสนามบินหมุนๆๆ ได้ ออกมา

หลอกลวงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง my god!!!!!!

ไหนบอกว่าหน้าร้อนเกาหลีอุณหภูมิ 19-27 องศาไงฟะ นี่หกโมงกว่ายังร้อน อบ อ้าว ร้าวไปถึงทรวงยิ่งกว่าเมืองไทยอีก ถอดสูทออกทันที ร้อนมาก โฮฮฮฮฮฮ TAT ไอ้เราก็อุตส่าห์หวังว่ามันจะเย็นๆ สบายๆ เหมือนอ่างขาง แป๊กเลย โด่ โด่.....

ก็เข็นกระเป๋าไปขึ้นรถโค้ชอย่างช้ำใจเล็กน้อย แล้วก็เข้าณาณกันถ้วนหน้า แต่เราไม่หลับอะ หลับไม่ลงแล้ว เพราะถึงจะง่วง แต่ก็ตื่นแล้ว แถมซัดกาแฟที่รักไปอีกกระป๋อง พอรถออกเราก็นั่งฟังเพลง POT ในมือถือ (ที่เอามาเพื่อใช้เฉพาะฟังเพลง) นั่งดูวิวไปเรื่อยๆ โดยจุดมุ่งหมายก็คือเมืองแดจอน ซึ่งอยู่ทางใต้ของสนามบิน เดินทางประมาณ สองสามชม. (ถ้าไปกรุงโซลต้องขึ้นเหนือขอรับ) ซึ่งเมืองแดจอนเนี่ย เห็นเค้าว่าเป็นเมืองหลวงเก่า (และก็กะลังจะกลายเป็นเมืองหลวงใหม่หรือไงเนี่ยแหละ) เป็นที่ตั้งของ KAIST ที่เราจะไปแข่งจะไปพัก (อ่านรายละเอียดที่บลอคที่แล้วละกัน) รถก็ขับเลียดทะเลออกมาแล้วเข้าทางพิเศษ (เหมือนพวกวงแหวนมั้ง หรือทางด่วนวะ)โอว ยังกะบางแสนสมัยยังไม่ใส บรรยากาศชลบุรี๊ชลบุรีแหละอยากจะบอก นาเกลือ (ได้ข่าวชลบุรีไม่มีนาเกลือ) น้ำหมองๆหน่อย ดงสาหร่ายหรือต้นอะไรไม่รู้สีชมพู ประหลาดดี สลับทิวเขา เกาะแก่งไปเรื่อยๆ แต่บรรยากาศมันเหมือนตอนนั่งรถไปวงแหวนตะวันออกจริงๆนะ เมฆมัวๆ ฟ้าสลัว พืชเขียวๆ ชุ่มฉ่ำ ไร้ความแห้งแล้ง ขมุกขมัว สลัวอ้าวๆ สลับกะภูเขาหินเล็กๆ ชลบุรีมากม๊ากกกกก เสียงบนรถเงียบไปหมดแล้ว ซักพักเราก็เลิกสนใจชลบุรี หันมาถ่ายรูปน้องๆ ทุกคนที่หลับ (โหเลว) แล้วเอนเบาะ เตรียมนอนมั่ง แต่เงกไปแป๊บเดียวก็ถึงที่พักริมทาง ซึ่งจะเป็นที่แวะเข้าห้องน้ำ / ทานข้าวเช้าของพวกเรา (อร๊ากกก แต่ตรูง่วงน้า ) (แล้วเมื่อกี๊กระแดะไม่นอน)


ลงมาแล้วก็ประเดิมซักภาพ ความหมองของเสื้อแปรผันตามความแก่อย่างชัดเจน - -...

ที่มากินนี่ก็เป็น fast food ทั่วไป สนนราคาก็ตกจานละประมาณ 200 บาท คิดๆ ดูแล้วก็แพงกว่ากินที่ไทยไม่มาก พวกเราเดินเลือกกันอยู่ซักพักก็สั่งกันมากินคนละอย่างสองอย่าง แต่เหมือนจะเน้นไปที่อุด้งกันทั้งนั้น + ข้าวห่อสาหร่ายอีกชุด (แน่นอนว่าร.ร.เลี้ยง)


มื้อแรกในชีวิต (ณ เกาหลี)

อุด้งอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >< อร่อยโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เส้นนุ่ม perfect หมูอร่อย น้ำซุปยอด มีรสสาหร่ายกลมกล่อม อร่อยและประทับใจที่สุดในมื้อที่กินทั้งหมดที่เกาหลีแล้ว >< จากการกินคราวนี้ทำให้เราสังเกตว่า ตะเกียบเป็นโลหะแฮะ พอมาถามไกด์เค้าก็บอกว่าเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า อ้อ อย่างงี้นี่เอง แต่มันใช้ยากและหนักจริงๆนะมาร์ธา จากนั้นเราก็ไปเข้าร้านค้าเค้าแล้ว (แอบ) ถ่ายรูปกันอย่างหนุกหนาน (เค้าห้ามถ่ายน่ะ หึๆๆๆๆ) ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเท่าไหร่เพราะคิดว่าที่ ม. ก็คงมีร้านอยู่แล้ว (หารู้ไม่ว่าคิดผิดถนัด....)


แพคเกจน่ารักซ้า~~~


Ponta เอ๊ย Fanta ส่วนผู้ชายคนนั้นน่ะ หน้าคุ้นๆนะว่ามะ


คาราบาวแดงขวด! (อ่า มะใช่ละ)


ซ้ายน่ะเข้าใจว่าทิชชู แต่ขวาน่ะ ไส้กรอกจริงๆหรอ? ฤๅจะเป็นไส้กรอกเนื้อแฮมสเตอร์ อืมมมมมม


ก็คุ้นตาอยู่หรอก ว่าแต่ POT ล่ะ!!?

จากนั้นก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องน้ำ เพราะต้องเดินทางอีกหลายชม. เข้าไปก็ตกใจมาก โอ้ มันมีบ่อเต่าอยู่ตรงกลางด้วย แถม ประดับ น้ำพุ ดอกไม้ ยังกะสวนอะไรซักอย่าง น่ารักจริงๆ ดีไซน์อะไรน่ารักไปหมด เสียแต่ว่า ทำไมคนที่นี่ดุจังฟะ!!! อะไรยะ ไม่เคยเห็นนักท่องเที่ยวเหรอ มองกันจัง (สายตาไม่เป็นมิตรชอบกล) มารู้อีกทีว่าคนเกาหลีแกไม่ค่อยจะ enjoy หลั่นล๊า ซักเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็น แบบว่าหน้าตาพี่แกจะคร่ำเครียด ดูอมทุกข์ ทำอะไรก็รีบเร่ง จะทำมาหากิน อยู่ตลอดเวลา ใครเดินช้า พี่แกชน อย่างน้องๆ บางคนไปเข้าห้องน้ำ เข้านานหน่อยมันเคาะประตูเลยอะ (แต่พีไกด์บอกว่าเค้าเคาะเช็คว่ามีคนเข้าอยู่ป่าว เช็คหอยไร หน้าห้องก็มีบอกอยู่แล้วว่ามีคนเข้าอยู่ ตลกละๆ) แต่ความคิดเห็นเราแล้ว มันก็แล้วแต่คนแหละ เพราะคนเกาหลีที่เรารู้จักเค้าก็ดูหนุกหนานดีออก บลาๆๆๆ

ตีสามแล้ววุ้ย ยังไม่ทันได้ไปถึงไหนเลย ไว้เด๋วมา edit ต่อละกัน ต้องไปนอนล่ะ - -+ สำหรับวันที่ 12 สิงหานี่.... ยังอีก "ยาว" 555555

กลับมาอัพต่อล่ะ งานการไม่ทำ นั่งเล่นเน็ต (again)


ถ่ายรูปคู่กับโออิชิ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก (โออิชิ=หินใหญ่)

ลืมบอกไปเลยว่าแถวนี้ อยู่บนเขา(เตี้ยๆ) เลยอากาศไม่ค่อยร้อนมากละ (ก็แดดไม่มีอะ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน) เราตรงกันไปขึ้นรถพร้อมด้วยขนมหอบใหญ่ นั่งกินกันไป เม้าธ์กันไป น้องๆประถมน่าร้ากกกกกกกกก มาก หน้าตายังกะตุ๊กตา (คือไม่เคยเจอกันไง ร.ร.เรา ฝ่ายประถมจะแยกรั้วกันไปอีกตึกนึงอะ ผอ. ก็คนละคน แต่ม.ต้น ม.ปลายอยู่ด้วยกัน) ซักพักพี่เคน (พี่ไกด์ ศิษย์เก่า มศว ที่เรียนโทอยู่เกาหลี ทำงานไกด์เป็นงานอดิเรก) ก็ออกมาบรรยายคร่าวๆ เกี่ยวกับประเทศเกาหลี ผู้คน วัฒนธรรม ไอ้เราก็ฟังสิ ii data - -+

ประเทศเกาหลีใต้เป็นเกาะที่ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยเยอะมากกก ก็ส่วนมากคนก็อยู่กันที่เกาะใหญ่ๆ อะนะ ภูมิประเทศเป็นภูเขาเยอะ อากาศหน้าหนาวก็ -25 องศาแน่ะ ผู้คนก็เลยแบบว่า ค่อนข้างจะอยู่กันลำบากซักเล็กน้อย ต้องดิ้นรนทำมาหากินอะ ถึงเงินเดือนเค้าจะเยอะก็เหอะ (เทียบกับไทย) แต่ด้วยค่าครองชีพขนาดนั้นทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ไม่สวยงามเท่าไหร่ ประเทศก็เป็นภูเขา แย่งกันอยู่ตายเลย เหอๆ ด้วยเหตุนี้ นิสัยชาวแดนโสมเค้าเลยต่างจากพี่ไทยเรามากมาย ทำอะไรก็เร่งๆๆๆๆ ถ้าไปยืนขวางทางนี่เจอด่า ไม่ก็ชนไปเลยแน่ บันไดเลื่อนก็ให้ยืนชิด (ซ้ายหรือขวาฟะ) สำหรับให้คนที่เร่งเดินแทรกแซงขึ้นไปเลย ในขณะที่คนไทย เก๊าะ ขำๆ เอ้อระเหย เดินอืดเอื่อยเฉื่อยอรชรหลั่นล๊าหนุกหนาน ตามประสาในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อาหารการกินอุดมสมบูรณ์อยู่สบาย ร้อนหน่อย แต่ก็ยังมีลม (ไม่เหมือนที่นี่ ร้อน อ้าว อับ อบ)

กิมจิเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ มันคืออะไรน่ะเหรอ ก็ผักดองไง เอ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยแฮะ แปะภาพจากเน็ตเอาละกัน รูปร่างหน้าตาก็ประมาณนี้แหละ

เป็นผักดอง กับ หลายๆอย่าง แล้วแต่ตำรับ แล้วแต่บ้าน ก็เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ต่างๆ กันไป แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเผ็ด เพราะมีเครื่องเทศมาก กินแล้วก็ โล่งจมูกดี สาเหตุที่เค้านิยมทำกิมจิกันก็เพราะว่าหน้าหนาวหิมะตก ปลูกผักไม่ได้ไง แต่ละบ้านก็จะทำผักดองใส่ไหไว้ (เหมือนปลาร้าสินะ งั้นเราจะเรียกแกว่าผักร้าได้มะเนี่ย ก๊ากกกกก) อร่อยดีนะเราว่า อย่างน้อย ก็ช่วยให้ความ จืดดดดดดดดดดดดดดดดด ของรสชาดอาหารที่นี่ดูมีสีสันขึ้นมาหน่อย

คนเกาหลีนิยมกินอาหาร ยังไงดี เราขอเรียกว่าแนวชีวจิตละกัน ก็มันมีแต่ผักๆๆๆๆ กะ ถั่วๆๆๆ แล้วก็แป้งๆๆๆๆๆ อะ ปลาเปลอก็มีบ้าง แต่เราว่า ขืนอยู่ที่นี่นานๆได้บวมเพราะคาร์โบไฮเดรตแน่ๆ

เป็นที่รู้กันว่าคนเกาหลีชาตินิยมมากๆ ประเทศเค้า ภูเขาเยอะ ก็เลยมีแร่ธาตุเยอะ เพราะงั้น อุตสาหกรรมหลักก็จะเป็นส่งออกรถยนต์ไง แล้วในเมื่อมันส่งออกรถเป็นรายได้หลักแล้วคนประเทศมันจะไปอุดหนุนรถชาติอื่นทำไมล่ะเนอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติข้างๆ ทางขวามือ (และก็เป็นที่รู้กันดีอีกเช่นกันว่าเกาหลีมันเกลียดยุ่นที่เคยมารุกรานมันเป็นอาณานิคมมัน) มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ฮุนไดนะคร้าบบบ กะ รถเกาหลีทั้งเมือง ก็ ตลกดีอะ มองไปตามถนนก็จะเห็นรถรูปร่างหน้าตาน่ารัก กลมๆ ป้อมๆ เหมือนรถของเล่นทั้งถนนเลย (ก็เราว่ารถเกาหลีมันทรงแบบเนี้ยะอ้ะ)

หลังจากนั้นเราก็เริ่มขี้เกียจฟัง หยิบหูฟังมาใส่แล้วนั่งดูทิวทัศน์ชลบุรีต่อไป (ก็ไม่มีอะไร เค้าก็พูดเรื่อง ค่าเงิน ภาษี การซื้อของ บลาๆๆๆ) หยิบ 20.5 ขึ้นมาเปิดเล่น แล้ววาดน้องแมว พวกน้องๆ ก็นั่งจั่วกันตามระเบียบนะคร้าบ (เราไม่เล่นไพ่อะ ขี้เกียจ) น้องประถมก็นั่งเล่นเกมส์ในโน้ตบุคผอ.กะน้องๆเราอีกกลุ่ม ซักพักก็เริ่มถ่ายรูปกันละ ตอนนี้แหละที่ได้เริ่มคุยกะกลุ่มปทุมวัน (ปทุมวันส่งแต่ทีมม.ต้นอย่างเดียว) ก็ตอนแรกไม่กล้าคุยอ้ะ *-* ดูเงียบ เรียบร้อย megane กันทั้งสามคนเยย แต่ไปๆมาๆ ก็หนุกหนานดีสมเป็นชาวตรากราฟด้วยกัน (ฮา)


สามคนข้างหน้าชาวน้ำเงิน-ชมพู ส่วนกองข้างหลังก็เหล่าเทาแดง (เอ ว่าแต่ประถมสาธิตนี่สีเทาแดงเหมือนมัธยมรึเปล่าหว่า = =)

พอถึงตอนนี้รถก็ขับมาถึงแดจอนพอดี เมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆ สวยอะ สะอาด แถมแอบมีพวกปะติมากรรม สถาปัตยกรรมเก๋ๆ อยู่ประปราย


สะพานที่ถ่ายจากในรถ นอกนั้นก็มีอะไรอีกเยอะแต่ถ่ายไม่ทันอะ รถแล่นเร็ว

เมืองนี้แอบคล้ายเมืองร้างแฮะ ตึกจะเป็นตึกแถวๆๆ มีร้านทุกอย่างพร้อมไปหมด หน้าตาก็จะคล้ายๆแถวถนนพระอาทิตย์บ้านเรา ไม่ค่อยมีตึกสูง แต่ไร้คนอะ คนไปไหนหมดไม่รู้ ถนนก็โล่ง ดูแล้วยังกะเมืองตุ๊กตา สวยแต่ไม่มีชีวิต 5555 (ก็เข้าใจนะว่าต่างจังหวัด)


เอื้อเฟื้อนายแบบโดย ท่านคณบดี (ฮา)

ไปถึงเราก็เอาของเข้าที่ KAIST นัดแนะแบ่งห้อง โดยที่เราไปพักจะเป็นหอพักของนักศึกษาอะ พักร่วมกับชาวสิงคโปร์ ก็สะดวกสบายดี ตึกสวย วิวสวย (ไว้ค่อยเอาภาพมาลงวันกลับน่า เด๋วไม่มีอะไรลง หุๆ) ห้องของพวกเราจะอยู่ชั้น 2 เหมือนชาวสิงคโปร์ มีห้องนั่งเล่นรวมกะทีวี ตู้เย็น น้ำ อยู่ด้านหน้า ส่วนท่านผอ. กะผู้ใหญ่บางส่วนจะอยู่ชั้น 3 เราได้ห้องเบอร์ 214 นอนกะน้องพุธ ตรงข้ามกะ อ.จ๋า ห้อง 215 จากนั้นก็ขึ้นรถโค้ชของทาง KAIST ไปที่ hall สำหรับ presentation พรุ่งนี้ (นัยว่า ม. ที่นี่ใหญ่มากอะ แถมเป็นเนินเขาขึ้นๆ ลงๆ ต้นไม้ก็เขียวสวยยยย บรรยากาศเหมือนอยู่ในสนามกอล์ฟ โคดชอบ ><) set ตัว presentation ว่าต้องใช้อะไรกันมั่ง ขึ้นจอมั้ย เสียงออก เรียบร้อยดีมั้ย แล้วก็นั่งต่อ wireless โน้ตบุคผอ. เล่นเน็ตกันรอน้องๆ (ก็ที่หอไม่มีสัญญาณอะ -_-..)แล้วก็ตรงขึ้นรถ ไปกินบุฟเฟต์กัน ><!!


ร้านหรูนะ แต่ความอร่อย ^_^......

เราได้ลองชิมอาหารเกาหลีหลายอย่าง ซูชิ (รึเปล่า) เค้าก็อร่อยดีแต่ไม่มีซอสถั่วเหลืองกะวาซาบิอะ (ก็ไม่ใช่ญี่ปุ่นนี่) แต่ไม่ชอบข้าวในซูชิ กะข้าวห่อสาหร่ายเค้าเลย มันยังไงไม่รู้ ชอบของยุ่นมากกว่า ที่ไปกินนี่เป็นบุฟเฟต์นานาชาติ ไอ้เราก็ตัก สลัด ปลาดิบ ซุปเห็ด ปลาทอด และ บลาๆๆ มามากมาย หน้าตาน่ากินทั้งนั้น แต่... หารู้ไม่ ปลามันคาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ปลาหมึกนี่แบบ เคี้ยวไม่เข้าอะ กว่าจะกระเดือกเข้าไปได้นี่แทบตาย T T ทั้งคาว ทั้งเหนียว ทั้ง... เอาเป็นว่า เรา กะ อ.หลายๆ ท่านที่รักอาหารญี่ปุ่นแล้วตักปลาดิบมาเยอะๆ นี่ ต้องขอยอมแพ้กันทั้งนั้น (ฮา) แล้วก็ได้บทเรียนอีกหลายอย่าง เช่น

อย่าริลองอาหารฝรั่งที่ประเทศเกาหลี เพราะแม้แต่ซุปเห็ดเค้าก็ยังอุตส่าห์ใส่รสของถั่วให้มันได้อารมณ์ชีวจิตๆ ให้เราด้วย.....

อะไรที่ดูดี รสชาดอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป.....

แต่อาหารจีนอร่อยมากกกกกกกก อะ พวกน้ำแดงทั้งหลาย กะซุปๆ โอเคเลย พวกกิมจิที่ร้านนี้ก็อร่อยดี ดูเหมือนว่า คนเกาหลีจะกินกิมจิกับอาหารทุกอย่าง เหมือนเป็นน้ำจิ้มมั้ง


แว่นยูชี่!!! อยากได้มาคอสอะ แอบถ่ายจากร้านข้างล่าง

เอาล่ะ เด๋วเราจะไปต่อกันที่งาน science expo ไว้มาอัพดึกๆละกัน ขอตัวไปทำการบ้านก่อนละกันขะร้าบบ + +


edit @ 2005/09/17 15:29:06

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โห ละเอียดซะ...

ชั้นว่า พิมพ์ได้ครบเมื่อไหร่นะแก เอาไปยัดเป็นของแถมในโดเล่มหน้าด้วยสิ (กร๊ากกกกกกก)

#1 By LUMiN on 2005-09-17 03:42

อุด้งน่ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
เห็นแล้วหิวเลย เป็นการเดินทางที่น่าสนุกจังเลย
รออ่านตอนต่อไปอยู่งับ

#2 By ★Toshiya★ on 2005-09-17 11:50

ของแถม..... จะดีเหรอ -_- (อุด้งอรอยจริงๆนะ ตอนนี้ยังนึกถึงอยู่เลย เอื้อกกกก)

#3 By Sp@rk on 2005-09-17 13:18

กร๊ากกกกกกกกก สารคดีท่องเที่ยว
me ขอยืนยันคำพูดของแพะ ยัดในโดเล่มหน้าซะ!!!!
แว่นยูชี่~น่าซื้อมาใส่นะแก(ฮา) อุด้งน่ากิน(ไม่เคยกินรสเกาหลี แต่ของยุ่นก็อร่อยนะ)

#4 By lusiferchan on 2005-09-17 19:29

โอ้ เดี๋ยวจะมีรวมเล่มเป็นหนังสือด้วยเหรอคะ O_O แล้วจะรอตามอ่านน้า ><
ที่เกาหลีร้อนขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย = =; เห็นบรรยายอุด้งแล้วอยากกินมั่งอ้ะ ซู้ด (เสียงสูดน้ำลาย) เกาหลีนี่หมือนญี่ปุ่นแฮะ ประเทศเป็นภูเขา คนเร่งรีบเหมือนกัน เวลาขึ้นบันไดเลื่อนต้องชิดซ้าย เว้นทางขวาไว้ให้คนที่กำลังรีบ บางครั้งเราลืมตัว ไปยืนทางขวา ก็เกือบโดนชนแน่ะ หลบแทบไม่ทัน
ถ่ายรูปคู่กับโออิชิ(?) น่าจะหาแมวมาถ่ายคู่ด้วยตัวนึง ฮี่ๆ

#5 By ┼ SY┼ on 2005-09-19 20:30

รวมเล่มไม่รู้ยังไงเหมือนกันฮะ ^^'' ขึ้นอยู่กะอาจารย์ สงสัยออกวันวิชาการมั้ง ดูเหมือนว่าร.ร.จะโปรโมตพวกเรามากเลย (แต่ไม่มีใครรู้เพราะตอนเค้าชมในหอประชุม / ตอนอื่นๆ โดดกันหมด 555)

#6 By Sp@rk on 2005-09-25 22:57