ดีขอรับทุกท่าน >< ไม่ได้อัพบลอคนานมากเพราะเน็ตใช้ไม่ได้อะ T T ก่อนหน้านั้นก็มัวยุ่งๆกะโปรเจคหนังสั้น (อีกแล้ว นี่แกยังไม่เลิกกิจกรรมอีกเหรอ!!) กินอยู่หลับนอนที่ร.ร. (again จน เจ้าที่เจ้าทางเค้าคงเบื่อหน้าเราแล้วล่ะมั้ง ครีเอทีฟก็นอนร.ร. ทำหนังก็นอนร.ร. นี่ถุงนอนยังอยู่ในห้องอนิเมฯ อยู่เลยอะ = =....) วันนี้ล่ะ!!! จะใช้เน็ตให้หนำใจ!! ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ประเดิมด้วยการอัพบลอคนี่แหละ >w<! มีเรื่องจะอัพเยอะแยะมากๆ จะพยายามทยอยอัพละกัน - -+

*****************************

เอิ๊กกกกก วันนี้ไปอัดรายการ morning talk ที่โรงแรมดุสิตธานีมาล่ะ = = แอบเหวอเล็กน้อย เพราะสัมภาษณ์และตอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไอ้เราก็ยิ่งไร้ skill ด้านนี้อยู่ หนุกหนานล่ะทีนี้ ก็... สนุกดีอะ รู้สึกบรรยากาศดูสบายๆเลยไม่เกร็งเท่าไหร่ ประมาณว่า เข้าไปนั่งหัวเราะอย่างเดียว (ปล่อยให้น้องพูด กร๊ากกก) พิธีกรเก่งมากๆๆๆ ช่วยแก้จุดที่เราแอบเอ๋อไปได้เยอะเลย 5555 ต้องขอบคุณคุณน้องที่พูดปะกิดได้ไฟแลบ กะท่าน อ. ที่ไปช่วยอธิบายได้อย่างกระจ่างสุดๆ ><

ว่าแต่ ไปอัดทำไมน่ะเหรอ?

ถ้าอ่านบลอคเก่าๆ เราก็จะเห็น link แปะไว้โฆษณาเกียรติคุณตัวเองอยู่อะนะ 5555 เอาเป็นว่า เราขอเล่าตั้งแต่ต้นเลยดีกว่า ผ่านมาเดือนนึงแล้ว เด๋วลืมอะ ต้องรีบอัพๆ ไว้ก่อน = =


คืองี้ฮะ เราได้มีโอกาสไปแข่งขัน creative thinking ที่เกาหลีเมื่อวันที่ 11-15 สิงหาฯ ที่ผ่านมา (โอ้ว วันแม่พอดี) ก่อนหน้านั้นก็เตรียมตัวกันมา "เหนื่อยมาก" โรงเรียนถึงกับลาให้สองอาทิตย์เพื่อเตรียมงาน นอนร.ร. เลยก็มี จริงๆ กะว่าจะอัพเฉพาะบันทึกการเดินทางอย่างเดียว แต่เกริ่นซะหน่อยดีกว่า เด๋วคนผ่านไปผ่านมาไม่รู้เรื่อง (55555 ก็ตรูจาเสนออะ ถึงบลอคนี้มันจะค่อนข้างเป็นส่วนตัว+วงในก็เหอะ)

การแข่งขัน World Creativity Festival 2005 จัดโดย The Korean Society for the Gifted และ KAIST (Korean Advanced Institution of Science & Technology) ได้รับสปอนเซอร์จากกระทรวงศึกษาธิการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสปอนเซอร์อีกมากมาย (บลาๆๆๆๆ) ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เค้าจัดเป็นระดับ international (ก็คือจัดแข่งเฉพาะในประเทศมาแปดปีแล้วไง)พี่ไทยของเราส่งไปสี่ทีม คือ สาธิตมศว.ประสานมิตร ส่ง ประถม ม.ต้น ม.ปลาย (ทีมเราน่ะเอง) แล้วก็ สาธิตมศว.ปทุมวัน ส่งม.ต้น รายละเอียดปลีกย่อยว่าทำไมร.ร.เราถึงได้ส่งนี่เราก็ไม่รู้หรอก = = ต้องถามท่านคณบดีอะนะ สำหรับทีมเราก็มีสามคน มาจากการสอบล้วนๆ ได้ม.4 5 6 สาม ม.พอดี (ไอ้เราก็พี่ใหญ่ น้องๆ ก็เลื่อมใส หารู้ไม่อู้+ติงต๊องพอกันหมดเลย 555) ซึ่งเป็นทีมที่สุดยอดมากยังกะเก็งคนมา = = เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ม.4 น้องพุธ เก่ง eng โคดด ความมั่นใจเป็นเลิศ ฉะฉาน สำเนียงเยี่ยม พูดเก่ง present ยอด คิดไว ทำไว เป็นผู้นำสุดๆ (งั้นก็นำไปละกันนะคะคุณน้องขา)

ม.5 น้องบิ๊ก หนึ่งในแกงค์(ประดิษฐู)หุ่นยนต์ รู้กันดีว่าพวกนี้มันอัจฉริยะ = = แถม eng ก็เขียน essay ได้เยี่ยมสุดๆ พูดก็ไฟแลบ โอ้ พึ่งพาได้ๆ

ม.6 เราเอง - -.. eng พอไปวัดไปวานิดหน่อย แต่ก็คงจะมีดีแค่ลูกบ้า หัวคิดประหลาด กะศิลปะ (อันน้อยนิด) ล่ะมั้ง (เอาน่า อย่างน้อยเราก็วาดแบบสถาปัตย์ได้...ดีที่สุดในระดับล่ะมั้ง คิดว่านะ - -)

เด็กวิทย์หมดเลย = =!!! (แม้เราจะไม่ค่อยเหมือน) ก็เป็นทีมที่อบอุ่นดี น้องๆน่ารักมาก ขยันทำงานมากมาย นิสัยดีกันทุกคนเลยพอสนิทกันไปถึงได้รู้ว่า ทีมนี้ มันติงต๊องพอกันทั้งพี่ทั้งน้อง - -+

โจทย์ของทางม.ปลาย ก็คือ "ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน คุณคิดว่าการศึกษาในยุคนั้นจะเป็นเช่นไร รวมทั้งหลักสูตรการศึกษา สิ่งแวดล้อม ชีวิตประจำวันของนักเรียน และจะมีอุปกรณ์ช่วยในการเรียนอย่างไร" ฟังๆ ดูเหมือนจะง่ายเนอะ แต่... ต้องทำรายงานส่งไปก่อน 15-20 หน้า แถมทำเพาเวอร์พอยไปพรีเซนต์ด้วยสิ.... (อ้อใช่ โมเดลอุปกรณ์ด้วย) ตอนแรกก็ไม่คิดไรกันมากหรอก คิดแค่ว่า "เบๆ น่า คิด device ไปก่อนละกัน อย่างอื่นก็ตามมาเองแหละ" แต่พอเอาเข้าจริง curriculum น่ะเป็นปัญหาที่สุดเลย - -

หลักสูตรที่ช่วยกันร่างแม้ยามสอบและยามหยุดอ่านหนังสือสอบ ถูกตีกลับมายับไม่เป็นท่า....

เอาเข้าแล้วไง ไอ้เราก็คิดอยู่เหมือนกันว่ามันธรรมดาเกิน แต่พอบอกงั้นน้องมันก็เถียงว่าถ้าจะเปลี่ยนก็เหมือนลอกฝรั่ง ไปๆมาๆ ก็นั่งแก้กันอยู่นานสองนาน เถียงไปเถียงมากะ อ. จะว่าไงดีล่ะ เด็กสาธิตหัวดื้อขอรับ ยิ่งโดนดูถูกยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดบนกองไฟรบกะอ. อยู่นาน ไม่ใช่ว่าจะให้อ.คิดให้หรอก แต่เราก็ต้องฟังความคิดเห็นเค้าด้วยไง (แต่สุดท้ายก็เอาตามพวกเราเองแล้วมายืดหยุ่นๆเล็กน้อย)ระหว่างนั้นเองเราได้ยกเลิกงาน character design ไปแล้วเพราะทำไม่ทัน TwT (ก็มันติดสอบกะครีเอทีฟอะ) แอบช้ำใจและเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานครีเอทีฟต่อไป ส่วนมาก เราจะจัดการงานด้านศิลปะอะ ช่วงนั้นยังขี้เกียจๆ อยู่ เลยแจมเรื่อง curriculum กะ device ไปเรื่อยๆ พอไฟลนก้นถึงเพิ่งมาออกแบบ environment = =.... ด้วยความบ้าพลัง เลยเสนอ ผอ. ไปว่า "อ.โอ๋ อยากได้ 3D อะค่ะ จะได้ให้เค้าเห็นไปเลยว่าไอ้ระบบห้องหกเหลี่ยมอลังการ ระบบพื้น ระบบบลาๆๆๆๆ ที่ออกแบบไว้มันเป็นยังไง" ซึ่ง ท่าน ผอ. ก็กรุณาสุดๆ >< สั่งลูกชายตัวเอง (ซึ่งเป็นเซียน 3D มือหนึ่งด้านนี้พอดี) ระงับงานทุกอย่างแล้วรีบมาทำตรงนี้ให้พวกเราทันที คราวนี้ ก็... เหวอฮะ =[]= เย็นนั้นพี่แกส่งคนมารับงานเลยอะ โอ้ว จะให้บอกยังไงล่ะว่ายังไม่ได้วาดแบบไว้ซักอย่าง >< เค้าก็เลย กำหนดมาว่า ไปทำแบบร่างมานะคะน้อง กำหนดสี กำหนดเฟอร์นิเจอร์มาอย่างละเอียดด้วย ร.ร.ทั้งร.ร. จะเอายังไง จะเอาส่วนไหนมั่ง อ่า งานนี้อีปาร์คตายหยังเขียด..(อ๊อกซ์) หลังจากนั้นก็แก้ paper กันไปเรื่อยๆ ทำ device ไปด้วย แล้วพรีเซนต์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หลายรอบมากๆ จนผลออกมาเป็นที่พอใจ

กว่าความคิดเห็นจะลงตัวกัน กว่าความคิดเห็นจะลงตัวกับอาจารย์ กว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง กว่าจะพรีเซนต์ผ่าน..... แทบทำเอาตายกันไปข้าง = = วินาทีที่พรีเซนต์ผ่าน อ. นี่ ดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆ ยิ้มกันทุกคน แล้วก็ไปกินข้าวฉลองกันที่ตึกแกรมมี่ (เพราะร้านแถวนั้นมันปิดหมดแล้วน่ะสิ ดึก)

เวลาสองอาทิตย์ผ่านไปช้ามาก... เหมือนเป็นเดือน เพราะ ทำงานกันเจ็ดโมงเช้ายันสี่ห้าทุ่มจนนอนร.ร.เลยก็มี ยิ่งทำงานกะรุ่นน้อง ยิ่งเกรงใจไม่กล้าอู้อะ ต่างคนเลยต่างขยัน ทำงานกันไม่ได้หยุด จริงๆ... อันที่จริงแล้ว ช่วงที่ทำงานครีเอทีฟนี่เป็นช่วงที่เราทำโดไปด้วย คอม lumin เสีย ฮาร์ดดิสถ์หายไปหมดเลยต้องสตาร์ทใหม่หลายอย่าง(ของมันอะนะ ของเราก็เหลือติดสกรีน) เครียดโดกลัวไม่เสร็จ เครียดครีเอทีฟเพราะมันกดดันตลอดเวลา มันเหนื่อยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการจะคิดอะไรขึ้นมาซักอย่างนึง(โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตร) มันจะยากเย็นขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประโยชน์ ผลกระทบ ความแปลกใหม่ ดีไซน์ การนำไปใช้ ฯลฯ เราต้องมองทุกแง่ เราได้เรียนรู้การทำงานกับผู้ใหญ่แบบจริงๆจังๆ เราได้ลิ้มรสความผิดหวังทั้งที่ทุ่มเทไปก็มากมาย เราได้รู้จักการปรับตัวและจัดการกับอารมณ์ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เราได้รู้ถึงมิตรภาพ การเสียสละ และ สายใยของ อ. ร.ร.นี้ ที่ไม่รู้ว่าจะหาที่ไหนได้อีก เราได้รู้ว่าแอร์ห้องศิลปะหนาวมากๆๆๆๆๆ เราได้เข้าๆออกๆห้องประชุมผู้บริหารที่หรูโคดๆเป็นว่าเล่น เราไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนๆในห้องนานเป็นเดือน(ก็หลังจากนั้นก็ไปเกาหลี แล้วกลับมาทำหนังสั้นต่อ) เราต้องโดดค่ายหนังสั้นเพื่อทำงานนี้ และที่สำคัญ เรามีเวลาบ้า POT น้อยลง!!!! T[]T

ไปๆ มาๆ กลายเป็นบ่นเรื่องการเตรียมงานมากกว่าบันทึกการเดินทางแล้วแฮะ เอาเหอะการเดินทางไว้ค่อยมาอัพต่อคราวหน้า (ไม่ก็ edit เอาละกัน) พวกความประทับใจ ความรู้สึกที่เกาหลีก็ยกยอดไปเลยละกัน บลาๆๆๆๆ

อ่านไม่รู้เรื่องใช่มะ? ก็จงอ่านต่อไป 5555 (โปรดทำใจ สมองกะลังเบลอ ง่วง งง อดนอน แต่จะอัพอะ เหอๆๆๆ เอาน่า ปกติก็พูดจาไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว)


ลืมบอกไปเลย ก่อนที่พวกเราจะมานั่งร่างนั่งคิดทุกอย่างกันได้เนีย่ ก็ได้ไปคุยกะท่านผู้รู้หลายๆ ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น + หาข้อมูลมาอ้างอิง ก็มีท่านดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ดร.ทัด พี่พัชร์ รวมทั้งอาจารย์ทุกท่าน ต้องขอขอบคุณมากๆๆ ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนเหล่านี้คงจะไม่มีความสำเร็จในวันนี้อย่างแน่นอน.... ขอบพระคุณมากค่ะจากใจจริง-/\- ขอบคุณพี่โบ้ต พี่ก๊อก และพี่ๆที่ peoplespace ด้วย >< พี่ๆที่ KAIST ก็น่ารักมากเลย แล้วจะมาเล่าต่ออีกทีละกัน - -+ ตอนนี้ รู้สึก มึน...งง.. ไปนอนล่ะงับ.....

ปล. ฝนตกทั้งวันทั้งคืน กรุงเทพฯกลายเป็นเมืองบาดาล น้ำท่วมซึมเข้ามาในบ้าน แย่ที่สุด - -

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โฮก ฟังดูวิชาการสุดๆเลยฮับ แบบว่าไม่มีประสบการณ์แบบนี้
น่าอิจฉาออกน้า แบบว่าครั้งหนึ่งในชีวิตไง อิอิ

#1 By ★Toshiya★ on 2005-09-14 22:13

เจ๊อึดกว่าที่คิดนะเนี่ย หุๆๆ- -'

#2 By HaKKai (203.156.77.164) on 2005-09-14 22:27

เนื้อหาวันนี้อ่านแล้วยิ่งใหญ่ดี


เพราะของวันอื่น... มันเป็นเนื้อหาอ่านแล้วไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่อ่านแล้วยิ่งบ้าน่ะสิ

#3 By LUMiN on 2005-09-15 00:41

555555 ก็ใช่น่ะสิ พอเริ่มเดินทางมันจะเป็นการบรรยายแบบ ปญอ 5555 / งานหนักแต่สนุกเน้อ น้องๆ อาจารย์ น่ารักทุกคน ผอ. ก็ เจ๋งสุดยอดดดดด ><

#4 By Sp@rk on 2005-09-15 20:49

ให้ตายเหอะ นี่แกทำงานขนาดนี้ยังอุตส่าห์สู้กะโดได้แบบเต็มที่อีกแฮะ นับถือเลยจริงๆว่ะ(เก่งมากเพื่อนเอ๋ย)
เป็นประสบการณ์การทำงานที่ดีมากๆเลย ยินดีด้วยกะรางวัลนะตัว
เป็นงานออกแบบที่น่าสนุกจัง แต่อย่างฉันทำไม่ได้ว่ะ(ฮา)

#5 By lusiferchan on 2005-09-15 21:42

โอ้ววว ขอกู่ร้องเห็นด้วยกะพี่สปาค(เอ๊ะ อ่านแบบนี้รึเปล่าคะ =[]=เห็นบอสบอกว่าชื่อพี่อ่านแบบนี้น่ะ
แต่จะภาษาไทยจะเขียนแบบนี้รึเปล่าหว่า =_=)

แถวปัฐวิกรณ์เป็นทะเลสาบขนาดย่อมๆทุกช่วงท้องถนน
หน้าป้ารถเมลล์ก็เป็นทะเลแฟซิฟิก คลื่นซัดมาที่นึง เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยค่ะT_T

ดูจากในซอยแถวๆนั้น น้ำท่วมมากมายเหมือนกัน
TwT ต้องอพยพหนีน้ำแล้วววว~~~~~~~

ปล. แฮ่ ขอแอดพี่ไว้นะค่า >______<
อ่านว่าปาร์คก็ได้จ้า ^^'' ฮ่าๆ แถวนี้มันก็เงียะแหละ ฝนตกหน่อยก็น้ำนองแล้ว == บางทีนี่ซอย 9.2 ขึ้นมาครึ่งน่องเลยอะ ยิ่งซอย 5 ยิ่งแล้วใหญ่ บางบ้านต้องมีเครื่องสูบน้ำเอาไว้เลยก็มี - -.. สงสารพวกหมาๆ ในซอยอะ ไม่มีที่อยู่ ต้องไปแอบๆ ตามซอกรั้วที่ยกสูงขึ้นมา me/แอดกลับด้วย 555

#7 By Sp@rk on 2005-09-16 19:53

555555555555
จะว่าเรามั้ยที่อ่านแล้วนั่งขำน่ะ55555
โดยเฉพาะที่ว่าไม่เห็นหน้าเพื่อนๆไปเป็นเดือนเนี่ย...
จะบอกว่าโต๊ะแกกลายเป็นที่วางของชั้นไปเลยล่ะ

จารออ่านบันทึกการเดินทางนะฮ้า~ ได้ฟังแค่ท่อนๆที่แกเล่าแล้วมันไม่จุใจเน้อ~

#8 By xi (202.28.62.245 /unknown, unknown) on 2005-09-16 23:49

ขำดิ คนพิมพ์มันติงต๊องก็เงียะแหละแก ขนาดพิมพ์ paper เรื่องสิ่งแวดล้อมร.ร. ยังออกมาเหมือน ทีวีไดเรค ขายของบรรยายสรรพคุณภาษาเวอร์ๆ เลยอะ แถมยังติดสำนวนนิยาย..... จะบ้าตาย 5555555

#9 By Sp@rk on 2005-09-17 00:09